Rechercher dans ce blog

Monday, February 7, 2022

รู้จัก 'จีอาร์บี' เครื่องมือจัดทำงบประมาณ "คำนึงคนเท่ากัน" - มติชน

รู้จัก ‘จีอาร์บี’ เครื่องมือจัดทำงบประมาณ “คำนึงคนเท่ากัน”

ประเทศไทยกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การตั้งโครงการเพื่อขอเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐจากนี้ จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเกิดประโยชน์อย่างไรกับประชาชนแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย คนที่มีอัตลักษณ์พิเศษ เช่น คนพิการ คนสูงอายุ ชาติพันธุ์ ตรงนี้จะทำให้การใช้งบประมาณของภาครัฐ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

เป็นการดำเนินการตามแนวคิด Gender Responsive Budgeting (GRB) หรือ การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ ที่คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2564 ได้เห็นชอบคู่มือจีอาร์บีตามที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ และเห็นชอบให้หน่วยงานรัฐนำคู่มือนี้ ไปเป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณ

นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวง พม. กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ หรือจีอาร์บี เป็นเครื่องมือหนึ่งในการจัดทำงบประมาณ ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์และคำนึงถึงความต้องการ โอกาส สิทธิ และการเข้าถึงทรัพยากรที่แตกต่างหลากหลายของกลุ่มประชากร

ถูกนำเข้าสู่วงจรงบประมาณทั้งรายรับและรายจ่าย ตั้งแต่การบริหารจัดการงบประมาณ การกำหนดงบประมาณ การอนุมัติและจัดสรรงบประมาณ ตลอดจนการตรวจสอบและติดตามประเมินผล เพื่อให้สามารถใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงสุด ตอบสนองความต้องการประชากรกลุ่มต่างๆ อย่างเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำ

  “ขณะนี้ทั่วโลกมี 90 กว่าประเทศแล้วที่ใช้แนวคิดจีอาร์บีกับการจัดทำงบประมาณ ส่วนในอาเซียนมีเพียง 2 ประเทศที่ทำคือ เวียดนาม และไทย ในส่วนเวียดนามเริ่มก่อน ส่วนไทยแม้จะทำที่หลัง แต่ก็มีความก้าวหน้ามาก”

รู้จัก ‘จีอาร์บี’ เครื่องมือจัดทำงบประมาณ “คำนึงคนเท่ากัน”
นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

ประเทศไทย มีความก้าวหน้าเรื่องจีอาร์บีอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 เป็นต้นมา ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 ระบุเรื่องจีอาร์บีเป็นครั้งแรกไว้ในมาตรา 71 จากนั้นในปี พ.ศ.2564 มีคู่มือจีอาร์บีเพื่อเป็นแนวปฏิบัติให้หน่วยงานรัฐ ภายในแบ่งเนื้อหาออกเป็น 6 ส่วน ตั้งแต่ความเป็นมา ความสำคัญ ขั้นตอนการจัดทำจีอาร์บี ตัวอย่างการจัดทำงบประมาณที่คำนึงมิติเพศภาวะ แบบรายการตรวจสอบการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ หรือเช็กลิสต์ 21 ข้อ และบทสรุป

อธิบดี สค.ยกตัวอย่างการทำโครงการของรัฐภายใต้แนวคิดจีอาร์บี อย่างการทำห้องน้ำในหน่วยงานราชการ เริ่มจากการสำรวจข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สมมุติข้อมูลพบสัดส่วนบุคลากรและผู้มาใช้บริการ เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จากนั้นก็วิเคราะห์ถึงประโยชน์ ก่อนออกแบบให้มีสัดส่วนห้องน้ำผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จากปกติหน่วยงานส่วนใหญ่มักสร้างห้องน้ำตามสัดส่วนเท่ากัน ขณะเดียวกันสมมุติว่าหากพบข้อมูลว่ามีคนพิการ คนสูงอายุด้วย ก็ต้องออกแบบให้มีห้องน้ำเพื่อรองรับด้วย

  “จะโครงการสร้างถนน สร้างสะพานก็สามารถทำภายใต้แนวคิดนี้ได้ ยกตัวอย่างสร้างหรือปรับปรุงสะพานลอย ต้องคำนึงถึงผู้หญิงที่อาจหอบหิ้วสิ่งของเข้าบ้าน ทำอย่างไรไม่ให้ข้ามสะพานลอยแล้วเป็นลม ก็ต้องออกแบบให้มีหลังคา หรือคำนึงถึงคนชราข้ามสะพานลอยอย่างไรไม่ให้ล้ม ก็ต้องติดตั้งราวจับใช่ไหม หรือการสร้างถนน จะต้องมีไหล่ทางที่ทำให้เดินแล้วไม่มีโอกาสที่รถจะมาเฉี่ยวชน มีฝาท่อทำให้ผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงเดินผ่านแล้วไม่ติด และมีทางลาดเพื่อรองรับรถวีลแชร์ ทั้งหมดนี้เพราะมีการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงความแตกต่าง”

ล่าสุดกระทรวง พม.ได้ทำเอ็มโอยูกับ 7 หน่วยงาน เพื่อนำร่องจัดงบประมาณที่คำนึงเรื่องดังกล่าว อาทิ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณ เพื่อจะมีความรู้ความเข้าใจเวลาต้องกลั่นกรองโครงการที่เสนอของบประมาณมา, กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนท้องถิ่นสามารถเริ่มได้ทันที, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อผลักดันแนวคิดนี้ไปยังภาคเอกชนรายใหญ่ๆ ต่อไป

นางจินตนากล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้ไม่เพียงภาครัฐ แต่ภาคเอกชนก็สามารถนำไปใช้ได้ เช่น การทำเดย์แคร์ในสถานประกอบการ ที่ได้ประโยชน์ทั้งตัวพนักงานและเด็ก หรือการทำห้องน้ำที่คำนึงถึงสัดส่วนบุคลากรในองค์กร อย่างไรก็ดี ปีนี้จะเป็นการนำร่องในหน่วยงาน บางท้องถิ่น และภาคเอกชนรายใหญ่บางแห่งก่อน เพื่อให้หน่วยงาน ท้องถิ่น และภาคเอกชนอื่นๆ เห็นภาพตัวอย่างก่อนนำไปใช้ อาจไม่ทันกับการจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ที่หลายหน่วยงานได้เริ่มไปแล้ว แต่ก็หวังว่าต่อไปสำนักงบประมาณจะทำเป็นตัวชี้วัด ว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่จัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงจีอาร์บี

รู้จัก ‘จีอาร์บี’ เครื่องมือจัดทำงบประมาณ “คำนึงคนเท่ากัน”

Adblock test (Why?)


รู้จัก 'จีอาร์บี' เครื่องมือจัดทำงบประมาณ "คำนึงคนเท่ากัน" - มติชน
Read More

Robinhood ฟ้องไรเดอร์ปลอม วิ่งทางเท้าทะเลาะ ทำเสียชื่อเสียง - โพสต์ทูเดย์

Robinhood ฟ้องไรเดอร์ปลอม ก่อเหตุเฉี่ยวชนบนทางเท้าและทะเลาะวิวาท ทำเสียชื่อเสียงบริษัท เป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อป้องกันชื่อเสี่ยงบริษัท

สืบเนื่องจากมีการเผยแพร่คลิปบนโซเชียลมีเดียกรณีไรเดอร์ในเครื่องแบบ Robinhood ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์บนทางเท้าและเฉี่ยวชนประชาชนที่กำลังใช้ทางเท้า และก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันขึ้นนั้น

ทาง Robinhood ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลโดยทันทีที่ทราบเรื่อง และพบว่าไรเดอร์ที่ก่อเหตุ มิได้เป็นไรเดอร์ในระบบของ Robinhood แต่มีการนำไอดีของเพื่อนที่เป็นไรเดอร์ Robinhood มารับงานในช่วงเวลาเกิดเหตุ ซึ่งทางบริษัทได้ดำเนินการปิดระบบถาวรคนขับผู้ให้ยืมไอดีทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายอีกในอนาคต

เหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้ทางบริษัทฯ ได้รับความเสียหายทางด้านชื่อเสียง ทางบริษัทฯ ได้พิจารณาฟ้องร้องและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ก่อเหตุ รวมถึงไรเดอร์ Robinhood ที่เป็นเจ้าของไอดี เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่าง รวมถึงจะใช้กรณีนี้กำชับอบรมไรเดอร์ทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดและเน้นถึงมาตรการลงโทษโดยเด็ดขาด

ถึงแม้ว่าผู้ก่อเหตุจะสวมสิทธิ์ไรเดอร์ของ Robinhood และไม่ได้เป็นไรเดอร์ที่ลงทะเบียน แต่ด้วยภาพที่ปรากฏออกไปในสีเสื้อ Robinhood นั้นสร้างความไม่สบายใจให้กับสาธารณชน ทาง Robinhood จะร่วมรับผิดชอบโดยการเข้าเยี่ยมเยียนผู้เสียหายและเสนอมาตรการเยียวยาในวันอังคารนี้โดยทันที และใคร่ขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา ณ ที่นี้

Adblock test (Why?)


Robinhood ฟ้องไรเดอร์ปลอม วิ่งทางเท้าทะเลาะ ทำเสียชื่อเสียง - โพสต์ทูเดย์
Read More

Sunday, February 6, 2022

ผู้ผลิคน้ำมันปาล์มชะลอรับซื้อซีพีโอ ทำราคาผลปาล์มดิ่ง คาดลงต่อเนื่อง - กรุงเทพธุรกิจ

ผู้ผลิตปาล์มขวดไม่ซื้อซีพีโอ ทำโรงสกัดหลายแห่งปิดโรงงาน หยุดรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกร ทำราคาดิ่งลง ล่าสุดเหลือโลละ 8 บาทกว่า จากที่เคยสูงสุด 12 บาท แต่ราคาปาล์มขวด ยังไม่ลง เหตุห้างยังมีสต๊อกเก่า จับตา ราคาลงอีก หลังรัฐยกเลิกไบโอดีเซล ทำความต้องการใช้น้ำมันปาล์มลดฮวบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ ราคาผลปาล์มสดเริ่มปรับตัวลดลง ล่าสุด สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหน้าโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ทั้งกระบี่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 7.90-8.60 บาท จากก่อนหน้าที่กก.ละ 10-12 บาท เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (รีไฟน์)  หรือผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดเพื่อการบริโภค ชะลอการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) จากโรงสกัด เพราะราคาซีพีโอปรับขึ้นไปถึงกก.ละ 63 จากต้นทุนผลปาล์มสดที่กก.ละ 10-12 บาท  

โดยหากรับซื้อซีพีโอ ที่ราคาสูงและนำไปผลิตเป็นน้ำมันปาล์มขวด จะต้องขายราคาสูงถึงขวดละ 78 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินไป ตลาดรับไม่ไหว และขายไม่ได้ เพราะผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ ได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขวดให้ตรึงราคาขายไม่เกินขวดละ 58-60 บาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพผู้บริโภค 

ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ส่งผลให้โรงสกัดต้องชะลอการรับซื้อผลปาล์มทะลายจากเกษตรกร โดยโรงสกัดบางแห่งปิดรับซื้อ และปิดโรงงาน ทำให้ราคาเริ่มทยอยปรับลดลง อย่างไรก็ตาม แม้ราคาผลปาล์มสดเริ่มลดลงแล้วต่ราคาน้ำมันปาล์มขวดยังไม่ปรับลดลง เนื่องจากผู้ผลิตยังมีสต๊อกสินค้าเก่า ที่ผลิตในช่วงที่ผลปาล์มกก.ละ 10-12 บาท และสต๊อกดังกล่าว ยังขายต่อไปได้อีกไม่น้อยกว่า 15 วัน เมื่อหมดสต๊อกดังกล่าวแล้ว จึงจะเริ่มเห็นราคาปาล์มขวดลดลงได้ตามต้นทุนผลปาล์มที่ลดลง 

อย่างไรก็ตาม คาดว่า ราคาปาล์มสดปี 65 น่าจะต่ำกว่าปี 64 ที่ขึ้นไปสูงสุดถึงกก.ละ 12 บาท แม้ปริมาณผลผลิตใกล้เคียงกันที่ประมาณ 17 ล้านตันตามการคาดการณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เพราะคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพิ่งมีมติให้ลดสูตรผสมน้ำมันไบโอดีเซล (บี 100) จากบี 7 ชนิดเดียว (เดิมมีบี 7, บี 10 และบี 20) ให้เหลือเพียงบี 5 ชนิดเดียว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.-31 มี.ค.65 เพื่อพยุงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท  

เนื่องจากการลดสูตรการใช้น้ำมันปาล์มผสมในน้ำมันดีเซลดังกล่าว จะทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มสำหรับรถยนต์ลดลงจากปีละ 2.2 ล้านตัน เหลือเพียง 700,000-800,000 เท่านั้น และจะส่งผลกระทบต่อราคาผลปาล์มสด และอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในระยะยาว นอกจากนี้ ยังกระทบต่อผู้ค่าน้ำมัน เพราะต้องปรับเปลี่ยนหัวจ่ายน้ำมัน ปรับอัตราการผสมน้ำมันปาล์มกับดีเซล ปรับการจำหน่าย การจ่ายภาษี การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เป็นต้น  

 สำหรับสต๊อกซีพีโอของไทย ล่าสุด เดือนม.ค.65 อยู่ที่ประมาณ 131,000  ตัน ลดจากเดือนธ.ค.64 ที่มีอยู่ประมาณ 160,000 ตัน และคาดว่า เดือนก.พ.นี้ จะยังลดลงอีก เพราะผลผลิตปาล์มยังออกสู่ตลาดน้อย โดยระดับสต๊อกดังกล่าว ถือว่า ต่ำกว่าระดับสต๊อกปลอดภัย (เซฟตี้ สต๊อก) ของประเทศที่ควรมีไม่ต่ำกว่า 300,000 ตัน 

Adblock test (Why?)


ผู้ผลิคน้ำมันปาล์มชะลอรับซื้อซีพีโอ ทำราคาผลปาล์มดิ่ง คาดลงต่อเนื่อง - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

'หมอยง' แจงโรคโควิดไม่หมดไป ทำอย่างไรถึงจะอยู่ด้วยกันได้ - ไทยโพสต์

7 ก.พ.2565 – ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โควิด- 19 ชีวิตจะต้องเดินต่อไป

เรายอมรับแล้วว่า ไม่สามารถที่จะทำให้โรค covid-19 หมดไปได้ ทำอย่างไรเราจึงจะอยู่ด้วยกันได้

การเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา สายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ขณะนี้คือสายพันธุ์โอมิครอน ที่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ในเกือบทุกประเทศจำนวนผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกันอัตราการเสียชีวิตหรือความรุนแรงของโรคไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม แม้จะมีการระบาดอย่างมากในประเทศทางตะวันตก ระบบสาธารณสุขก็ยังรองรับได้ อัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยทั่วโลก จะอยู่ที่ประมาณ 2.5 ราย ในผู้ป่วยที่รายงาน 1,000 ราย ประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 2 ราย ในผู้ป่วยที่รายงาน 1,000 ราย แต่ถ้านับจำนวนผู้ที่ติดเชื้อจริงๆ เช่นการติดเชื้อจากการตรวจ ATK หรือไม่ได้ตรวจเพราะมีอาการน้อยมาก อัตราการเสียชีวิตโดยเฉลี่ยต่อจำนวนผู้ติดเชื้อจะลดน้อยลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม ชีวิตจะต้องเดินหน้า และจะต้องอยู่ได้ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา การควบคุมการระบาดจะอยู่ที่ระเบียบวินัยของทุกคน จะต้องช่วยกันให้มีการระบาดให้น้อยที่สุด มากกว่าที่จะมีมาตรการ lock down หรือปิดบ้านปิดเมือง การให้ทุกคนมีภูมิต้านทานเกิดขึ้น จากการฉีดวัคซีน จะทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง

เด็กนักเรียนจะต้องไปโรงเรียน โดยมีระเบียบวินัย การติดเชื้อในเด็กอันตรายต่อเด็กน้อยมาก แต่เด็กจะเอาเชื้อมาสู่ผู้สูงอายุในบ้าน และเกิดอันตรายได้ ดังนั้นทุกคนในบ้านจะต้องมีการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนหรือ การป้องกันกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวเรื้อรัง 608

ภาวะทางเศรษฐกิจจะต้องคำนึงถึง การเปิดประเทศก็มีความจำเป็น แม้กระทั่ง test to go ก็น่าจะเป็นที่ยอมรับ เพราะการตรวจเชื้อเมื่อต้นทาง และการตรวจเชื้อเมื่อมาถึง และขณะนี้มีการตรวจเชื้อในวันที่ 5 หลังจากเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว ความจริงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกลับไปนอนโรงแรมในวันที่ 5 ถ้าทุกคนสามารถตรวจเชื้อได้ที่ใดที่หนึ่ง ก็จะเป็นการเปิดประเทศได้กว้างขึ้น เราต้องยอมรับว่า การเดินทางเข้ามาโอกาสจะหลุดรอดของเชื้อ มีความเป็นไปได้ แต่ขณะนี้ในประเทศของเรา ก็มีการระบาดของเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ในประเทศมีน้ำเต็มแบบทะเล มหาสมุทร ผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ เข้ามาและมีมาตรการ Test to go ก็น่าจะเพียงพอ เปรียบเสมือน ถึงแม้หลุดรอด การเติมน้ำสักถัง 2 ถังลงในทะเล ก็ไม่ได้มีความหมายเพิ่มขึ้น เว้นเสียแต่ การเฝ้าระวังสายพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะประเทศที่มีสายพันธุ์ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น จะต้องมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ

ความพอดีสมดุลของสังคม ที่ทุกคนอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ทุกอย่างจะต้องเดินหน้า เราควรหันหน้ามาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และเคร่งครัดในการป้องกันโรค.

เพิ่มเพื่อน

Adblock test (Why?)


'หมอยง' แจงโรคโควิดไม่หมดไป ทำอย่างไรถึงจะอยู่ด้วยกันได้ - ไทยโพสต์
Read More

เชื่ออาถรรพณ์ติด'ถ้ำนาคา' เจ้าพ่อภูลังกาเตือนอย่าทำไม่ดีไม่สำรวม - เดลีนีวส์

This website uses cookies to improve your experience while you navigate through the website. Out of these, the cookies that are categorized as necessary are stored on your browser as they are essential for the working of basic functionalities of the website. We also use third-party cookies that help us analyze and understand how you use this website. These cookies will be stored in your browser only with your consent. You also have the option to opt-out of these cookies. But opting out of some of these cookies may affect your browsing experience.

Adblock test (Why?)


เชื่ออาถรรพณ์ติด'ถ้ำนาคา' เจ้าพ่อภูลังกาเตือนอย่าทำไม่ดีไม่สำรวม - เดลีนีวส์
Read More

Saturday, February 5, 2022

ชัชชาติ เร่งปรับจุดอ่อนก่อนทำศึกชิงผู้ว่าฯกทม. พร้อมเปิดนโยบาย 18 เรื่อง ครอบคลุม 50 เขต - มติชน

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามอิสระ เปิดเผยกับมติชนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คาดว่าจะมีขึ้นภายในเดือนพฤษภาคม ถือว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะล่าช้ามากว่า 2 ปีแล้ว ในช่วง 3-4 เดือนจากนี้จะเดินหน้าลงพื้นที่อย่างเต็มที่มากขึ้น ปัจจุบันก็ทำเต็มที่อยู่แล้ว จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูล เราเป็นอิสระจะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียมาช่วยในการหาเสียงบ้าง อาจจะมีทำแผ่นพับแจกเวลาลงพื้นที่ ทำเท่าที่ทำได้ ทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด ซึ่งทีมงานต้องกลับมาดูว่ายังมีจุดอ่อนอยู่ตรงไหนเพื่อจะได้ปรับ

นายชัชชาติกล่าวว่า ในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้จะเปิดตัวพร้อมแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการ ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด มีทั้งหมด 18 เรื่อง ขยายผลมาจากนโยบายหลัก 4 ด้าน คือ เรื่องของคน เทคโนโลยีดิจิทัล สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน โดยนโยบายทำหลายด้าน เป็นรายเขตทั้ง 50 เขต และพื้นที่แต่ละเขตจะมีปัญหาไม่เหมือนกัน

“หลังลงพื้นที่ดูปัญหา มีนโยบายทุกด้านที่ต้องทำ เช่น เรื่องเศรษฐกิจจากเมื่อก่อนไม่มีการพูดถึง ก็ต้องคิดให้ละเอียด และพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจกลับคืนมา หาช่องทางทำมาหากินให้คนสะดวกมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพของคนให้สูงขึ้น เพราะเราคงไปซัพพอร์ตอะไรมากไม่ได้”

เมื่อถามว่า จะมีนโยบายอะไรเป็นไฮไลต์ นายชัชชาติกล่าวว่า คงไม่มีเป็นไฮไลต์อะไรมากเพราะไม่ได้ไปแจกอะไรหรือทำเป็นนโยบายประชานิยม อย่างเช่น จะทำเรื่องค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคาถูก ต้องดูว่าจะทำได้อย่างไร เพราะต้องดูงบประมาณด้วย จะไปสัญญาคงไม่ได้ ต้องสัญญาในสิ่งที่ทำได้

“รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่คาราคาซังอยู่ ต้องนำข้อมูลมาดูว่าเรื่องราว สถานการณ์เป็นอย่างไร มีช่องทางตรงไหนจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด เพราะมีการทำสัญญาไว้ล่วงหน้ามากและเราไม่สามารถนำสัญญามาดูได้ เรื่องการเดินทางก็สำคัญ ทำยังไงให้ประชาชนสะดวกขึ้น อาจจะต้องเพิ่มระบบฟีดเดอร์ เป็นเส้นเลือดฝอยที่เติมเต็มรถไฟฟ้าสายหลัก” นายชัชชาติกล่าว

“การทำงานเราคงไม่เลือกทำเฉพาะเรื่อง ต้องทำหลายเรื่องไปพร้อมๆ กัน ทั้งเรื่องมายด์เซต เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ฝุ่น การระบายน้ำ น้ำเสีย การเดินทาง ความปลอดภัยการใช้ถนน ทางเดินเท้า ทางม้าลาย ความโปร่งใส การเพิ่มประสิทธิภาพ การศึกษา สาธารณสุข ที่อยู่อาศัย แก้ปัญหาคนไร้บ้าน ต้องทำพร้อมๆ กันเพราะ กทม.มีหลายสำนัก จะโฟกัสเรื่องเดียวคงไม่ได้ ต้องลุยทุกสำนัก ไม่ว่าความโปร่งใสในเรื่องค่าใช้จ่ายงบประมาณก็ต้องทำ เศรษฐกิจก็ต้องดู ซึ่ง กทม.ทุกเรื่องมีความสำคัญหมด เพราะมันคือคุณภาพชีวิตของคน” นายชัชชาติกล่าว

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะมาช่วยสนับสนุน นายชัชชาติกล่าวว่า “ไม่ทราบ เพราะไม่ได้คุยกับคุณหมอชลน่าน ผมสมัครในนามอิสระ ใครเห็นว่านโยบายเราดีและจะมาช่วย ผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา”

สำหรับนโยบายหลัก 4 ด้านของนายชัชชาติ ประกอบด้วย 1.People เรื่องคน เน้นระบบเส้นเลือดฝอยและคุณภาพชีวิต 2.Digital เรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล ต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดขั้นตอน 3.Green เรื่องสิ่งแวดล้อม เน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ขยะ ควันพิษ ฝุ่น 4.Economy เรื่องเศรษฐกิจ เพราะเมืองอยู่ได้ด้วยเศรษฐกิจ ตอนนี้เศรษฐกิจมีปัญหาเมืองต้องมาช่วยดูแลเรื่องเศรษฐกิจของคนให้มากขึ้น พยายามสร้างโอกาสคน ลดขั้นตอน หนุนให้เศรษฐกิจฟื้นคืนมา

Adblock test (Why?)


ชัชชาติ เร่งปรับจุดอ่อนก่อนทำศึกชิงผู้ว่าฯกทม. พร้อมเปิดนโยบาย 18 เรื่อง ครอบคลุม 50 เขต - มติชน
Read More

Friday, February 4, 2022

รัสเซียโต้สหรัฐ หลังถูกแฉเตรียมทำคลิปวิดีโอจัดฉากถูกยูเครนโจมตี - กรุงเทพธุรกิจ

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐที่ว่ารัสเซียมีแผนที่จะทำคลิปวิดีโอปลอมเพื่อสร้างความชอบธรรมในการโจมตียูเครน พร้อมระบุว่า ข้อกล่าวหานี้ไร้สาระ

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐแถลงว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐได้รับข้อมูลว่ารัสเซียกำลังมีแผนที่จะทำคลิปวิดีโอปลอมเพื่อให้รัสเซียมีความชอบธรรมในการโจมตียูเครน

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า รัสเซียเตรียมจัดฉากถ่ายทำวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่าทหารยูเครนได้เข้าโจมตีรัสเซีย โดยมีการทำร้ายชาวรัสเซีย ซึ่งจะมีการแสดงศพผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และมีตัวละครซึ่งจะรับบทเป็นผู้ที่กำลังคร่ำครวญเสียใจต่อผู้ที่เสียชีวิต รวมทั้งแสดงภาพสถานที่ซึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีของกองทัพยูเครน

สหรัฐเปิดเผยว่า กองทัพรัสเซียกำลังตรึงกำลังทหารราว 100,000 นายตามแนวชายแดนยูเครนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบุกโจมตี

ทำเนียบเครมลินแถลงในวันศุกร์(4ก.พ.)ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย จะหารือกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ในประเด็นข้อเรียกร้องของรัสเซียเกี่ยวกับการรับประกันความมั่นคงจากชาติตะวันตก ในระหว่างที่ปธน.มาครงเดินทางเยือนกรุงมอสโกในวันจันทร์ที่ 7 ก.พ.

นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียมองว่าการเดินทางมาเยือนของปธน.มาครงมีความสำคัญ และปธน.ปูตินจะแจ้งปธน.มาครงถึงความรู้สึกที่มีต่อคำตอบที่ได้รับจากทางสหรัฐและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของรัสเซีย

ทั้งนี้ รัสเซียยื่นข้อเรียกร้องต่อสหรัฐและชาติตะวันตกเพื่อให้มีการรับประกันว่า นาโตจะไม่รับยูเครนและประเทศซึ่งเคยอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียตเข้าเป็นสมาชิก ขณะที่สหรัฐและพันธมิตรจะต้องถอนกำลังทหารออกจากกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต

ก่อนหน้านี้ ปธน.ปูตินได้สนทนาทางโทรศัพท์กับปธน.มาครงเมื่อเดือนที่แล้ว โดยปธน.ปูตินเน้นย้ำว่า เขาไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้ากัน และทุกฝายจะต้องใช้ความพยายามลดความตึงเครียดในยูเครน โดยจะต้องเปิดช่องทางการเจรจาต่อไป ซึ่งสะท้อนสิ่งที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียไม่ต้องการทำสงครามกับยูเครน

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ก็มีกำหนดเยือนกรุงมอสโกในวันที่ 15 ก.พ.เพื่อหาทางผ่อนคลายวิกฤตการณ์ยูเครนเช่นกัน

Adblock test (Why?)


รัสเซียโต้สหรัฐ หลังถูกแฉเตรียมทำคลิปวิดีโอจัดฉากถูกยูเครนโจมตี - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

พระครู เชิญวิญญาณ เมียฝรั่ง เผยต้องทำพิธี 3รอบ ตร.เจอเรื่องแปลก - ข่าวสด - ข่าวสด

พระครู ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ เมียฝรั่ง ถูกฆ่าทิ้งไร่ข้าวโพด เผยสิ่งผิดปกติ ต้องทำพิธีถึง 3 รอบ ด้าน พนักงานสอบสวน เล่าเรื่องแปลก ก่อนวันผู้ต้อ...