Rechercher dans ce blog

Thursday, July 29, 2021

เศวต เศรษฐาภรณ์ : ผมทำเต็มที่แล้วกับการลุย "โอลิมปิก" ครั้งแรกในวัย 58 ปี - ไทยรัฐ

"สำหรับกีฬายิงเป้าบินก็ไม่ใช่แค่เรื่องฝีมืออย่างเดียว ในวันที่ลงแข่งขันอาจต้องอาศัยโชคด้วย ส่วนคู่แข่งไม่ใช่นักกีฬาที่ไหน แต่ก็คือตัวเอง ซึ่งเราก็ต้องสู้กับจิตใจตัวเอง โอลิมปิกครั้งแรกสำหรับผมในรอบนี้ รู้สึกดี เพราะตอนมาก็ถือว่ามาเหนือความหมาย แถมหัวหน้าคณะนักกีฬาไทย พี่ต้อม ธนา ไชยประสิทธิ์ ยังมอบหมายให้ถือธงไตรรงค์เข้าสู่พิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ด้วย"

"วันแรกกับวันที่ 2 ที่ลงแข่งขัน ผมว่าไม่ต่างกัน ไม่ได้มีความกดดัน คู่แข่งแต่ละคนฝีมือไม่ต่างกัน แต่ผมมองเป็นเรื่องของโชค ซึ่งวันนี้เราก็พลาดด้วยตัวเองด้วย กับพลาดเพราะลมที่พัดเหินส่งขึ้นไป ทำให้ยิงไม่โดนเป้าและไล่ไม่ทัน สำหรับโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผม ผมถือว่าน่าพอใจครับ และทุกๆ วันที่ได้อยู่ที่นี่ ถือว่ามาไกลกว่าที่คิดไว้ ต้องขอบคุณหัวหน้าคณะนักกีฬา พี่ต้อม ธนา ไชยประสิทธิ์ ทีมแพทย์ ทีมงานเจ้าหน้าที่ทุกๆ คนน่ารักมาก รวมท่านทูตก็ส่งอาหารมาให้ทานทุกวัน เป็นการต้อนรับที่อบอุ่นมากๆ รวมถึงพี่เบิ้ม นักจิตวิทยายิงเป้าบิน ก็ได้พูดคุย ซึ่งท่านก็ได้ให้ข้อคิดอะไรหลายๆ อย่าง"

"หลังจากนี้กลับไปที่ไทย ก็จะเข้าสู่มาตรการกักตัว 14 วัน ก็คงจะพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วค่อยคุยถึงแผนกับโค้ชชาวอิตาลีอีกที ซึ่งรอบนี้เขาเองก็บินมาช่วยติวเข้มตนด้วย หลังไม่เจอกันมานานนับปีครึ่ง เพราะโควิด-19 ซึ่งเขาเองก็บอกว่าในการแข่งขันรอบนี้ เป็นเสมือนสุดยอดพีระมิดของโอลิมปิก มีแต่ยอดฝีมือเข้าร่วมทั้งสิ้น ซึ่งข้อผิดพลาดนิดนึงที่เกิดขึ้นก็อยากให้นำไปปรับและเรียนรู้กันต่อไป ส่วนโค้ชอิตาลีที่ใช้งบส่วนตัวจ้างเกือบวันละ 3 หมื่นบาท ก็ได้ทางกกท.เข้ามาสนับสนุนในช่วงเตรียมโอลิมปิกเกมส์ ส่วนหลังจากนี้จะทำงานร่วมกันต่อหรือไม่ ก็คงต้องคุยกันอีกครั้งหนึ่งหลังจากนี้"

"เมื่อ 2 ปีที่แล้วที่ผมได้โควตา เหมือนเป็นการทำเพื่อตัวเอง แต่ว่าพอมาโอลิมปิกแล้ว ถือว่าเป็นการทำหน้าที่เพื่อประเทศ ก็อยากฝากขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอมา สำหรับตนเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าเราอยากจะทำ ขอให้วางแผน ตั้งใจทำ ก็เชื่อว่าสักวันจะได้ในสิ่งที่เราตั้งใจ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่ส่งมาให้เป็นแรงใจที่ทำให้ผมสามารถทำผลงานให้ได้อย่างดีที่สุด ถือว่าทำเต็มที่แล้วครับ"

Adblock test (Why?)


เศวต เศรษฐาภรณ์ : ผมทำเต็มที่แล้วกับการลุย "โอลิมปิก" ครั้งแรกในวัย 58 ปี - ไทยรัฐ
Read More

ผัวเมียชาวสุรินทร์โล่ง ได้อาจารย์ดังช่วยทำพิธีเผาไฟถอนคุณไสย สาปแช่งกลับคนทำ - Sanook

สาวท้องแก่โล่งอก หลังมีมือดีเอาชุดทำคุณไสยมาวางหน้าบ้าน ล่าสุด "อาจารย์เปา" มือไสยเวช มาทำพิธีเผาไฟถอนคุณไสยให้แล้ว

จากกรณีที่ 2 สามีภรรยา คือ นายอิทธิชัย อายุ 26 ปี และ น.ส.สุญาณี อายุ 25 ปี ชาวบ้าน ม.11 บ.ไพรพยัคฆ์ ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ พบมือดีนำชุดเครื่องทำคุณไสย ตามพิธีทางไสยศาสตร์มนต์ดำเขมร มาวางไว้ที่หน้าบ้าน พร้อมกับกระดาษที่เขียนด้วยถ่านมีชื่อว่า "ปลา" ซึ่งเป็นชื่อเล่นของ น.ส.สุญาณี ที่กำลังตั้งท้อง พร้อมเบอร์โทรศัพท์ปริศนา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (28 ก.ค.) นายสมมาตร เหล่าดี หรือ อาจารย์เปา อายุ 35 ปี อาจารย์ผู้ถอนคุณไสย ชาว จ.สุรินทร์ ได้เดินทางมาทำพีถอนคุณไสย โดยให้เจ้าของบ้านนำเตาถ่านที่แตกร้าวแล้ว มาก่อไฟใส่ถ่านให้ร้อน และให้นำผ้าขาว เหล้าขาว ดอกไม้ธูปเทียนขันธ์ 5 พร้อมเงินเหรียญ 24 บาท มายกไหว้ครูก่อนประกอบพิธี

ซึ่งอาจารย์เปา ได้ตรวจสอบพบว่าชุดทำคุณไสยดังกล่าวมีกระดูก 2 ชิ้น  1 ชิ้นเป็นกระดูกไก่ ส่วนอีกชิ้น คาดว่าน่าจะเป็นกระดูกบริเวณกระโหลกหน้าผากของผีตายโหง เชื่อว่ามือดีนำมาทำของใส่ เพื่อให้เจ้าของบ้านเจ็บไข้ได้ป่วย อยู่ไม่เป็นสุขและเพื่อเปิดทางให้ผีสางมารร้ายเข้ามาทำร้ายคนในบ้านได้ 

จึงต้องทำพิธีถอนคุณไสยด้วยการสวดคาถาแก้เชือกสายสิญจน์ก่อนนำชุดเครื่องทำคุณไสยเผาไฟทั้งหมด พร้อมกับเศษกระดูกทั้ง 2 ชิ้นซึ่งการทำพิธีถอนคุณไสยครั้งนี้ คาถามนต์ดำที่ไม่ดีต่างๆของมือดีที่สาปแช่งลงไปในชุดเครื่องทำคุณไสยดังกล่าว จะตีกลับคืนไปหาเจ้าตัว คือมือดีที่ทำคุณไสยดังกล่าวให้เจอแต่สิ่งไม่ดีอย่างที่เขาสาปแช่งไว้ในชุดเครื่องคุณไสยดังกล่าวอีกด้วย

ทั้งนี้ หลังจากทำพิธีถอนคุณไสยและเผาไฟเสร็จสิ้นแล้ว อาจารย์เปา ได้เขียนยันอักขระไว้ที่หน้าประตูบ้านพร้อมทั้งรดน้ำมนต์ใส่ประตูบ้านและรอบบริเวณหน้าบ้าน พร้อมทั้งนำข้าวสารไปโปรยไล่ผีสางมนต์ดำต่างๆ ให้ออกจากบ้านไปจากบ้านไปหาคนที่ทำอีกด้วย

หลังจากทำพิธีเสร็จ เจ้าของบ้านรู้สึกดีใจ โดย น.ส.สุญาณี กล่าวว่า หลังจากทำพิธีเสร็จตนเองรู้สึกสบายใจขึ้น และกล้าจะเข้าไปในบ้านแล้ว หลังจากทั้งวันไม่กล้าเข้าบ้านเลย ตนกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี เพราะกำลังตั้งท้องลูกได้ 8 เดือนด้วย ก็อยากรู้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไร ทำทำไม ตนไม่เคยไปเบียดเบียนใคร ตนว่ามันแรงไปหน่อย ขอให้หยุดพฤติกรรมแบบนี้ อะไรที่เขาทำไม่ดีกับเราก็ขอให้ย้อนกลับไปหาเขาคืน

ด้าน อาจารย์เปา กล่าวว่า เท่าที่ตนร่ำเรียนวิชาไสยศาสตร์มา เท่าที่ดูน่าจะเป็นคนใกล้ตัว ละแวกแถวนี้ที่ทำคุณไสย คนที่ทำแบบนี้ได้จะต้องเป็นคนที่ร่ำเรียนมา หรือไม่ก็ให้อาจารย์ที่ร่ำเรียนมาทำให้  ซึ่งจะต้องทำพิธีคลายถอนคุณไสย เผาไฟให้กลับคืนไปหาคนที่ทำให้มีความร้อนรุ่ม ตามในสิ่งที่เขาทำมา

Adblock test (Why?)


ผัวเมียชาวสุรินทร์โล่ง ได้อาจารย์ดังช่วยทำพิธีเผาไฟถอนคุณไสย สาปแช่งกลับคนทำ - Sanook
Read More

"รถไฟ" แจงสี่เบี้ยปมเขากระโดง ยันทำตามกฎหมาย ไม่เจาะจงที่ดินใคร - ประชาชาติธุรกิจ

“รถไฟ” ร่อนจดหมายแจงยื่น “กรมที่ดิน” ปมที่ดินเขากระโดง ชี้เป็นการทำตามคำพิพากษาศาลฎีกา ไม่เจาะจงที่ดินใคร ด้าน “คมนาคม” สั่งทำตามระเบียบกฎหมาย

วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ออกเอกสารชี้แจงว่า ตามที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณีที่ ร.ฟ.ท. ดำเนินการส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณาดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกทับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในพื้นที่บริเวณเขากระโดง

โดยระบุอ้างถึงหนังสือของ ร.ฟ.ท. เลขที่ รฟ1/1911/2564 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ถึงอธิบดีกรมที่ดิน  เรื่องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกทับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในพื้นที่บริเวณเขากระโดง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ นั้น

เพื่อเป็นการให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมและเข้าใจในสาระสำคัญที่ถูกต้องมากขึ้น ร.ฟ.ท.จึงขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้ 

แก้เอกสารสิทธิ์ 900 ราย

1. เรื่องนี้เป็นการแก้ไขปัญหาและการหาข้อยุติกรณีที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ประชาชนกว่า 900 ราย ในที่ดินที่เชื่อว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ปัญหาที่เกี่ยวกับสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดงนั้นมีมาอย่างยาวนาน โดยการดำเนินการของ ร.ฟ.ท. ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นขั้นตอนของการเสาะหาข้อเท็จจริงต่างๆ และการต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์สิทธิในที่ดินรายแปลงในชั้นศาลมาโดยตลอด 

จนกระทั่งเมื่อปี  2561 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8027/2561 พิพากษาให้ ร.ฟ.ท.ชนะคดีในการพิสูจน์กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงหนึ่ง โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งในคำพิพากษาของศาลฎีการะบุโดยสรุปว่า “ศาลฎีกาเชื่อข้อเท็จจริงตามแผนที่ที่นำเสนอโดยการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า พื้นที่ทางแยกบริเวณเขากระโดง ตอนแยกไปยังที่ย่อยศิลา ตำบลเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ กิโลเมตรที่ 375-650 จำนวนเนื้อที่ประมาณ 5,083 ไร่ เป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย”

จากการสำรวจที่ดินเนื้อที่จำนวนประมาณ 5,083 ไร่ดังกล่าว ล่าสุดเมื่อต้นปี 2564 พบว่ามีผู้ถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยหน่วยงานราชการประมาณ 900 ราย แบ่งเป็น โฉนดที่ดิน จำนวน 700 ราย ที่มีการครอบครอง (ท.ค.) จำนวน19 ราย  น.ส.3ก. จำนวน  7 ราย หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) จำนวน 1 ราย ทางสาธารณประโยชน์จำนวน 53 แปลง และอื่นๆที่ไม่ปรากฎเลขที่ดินในระวางแผนที่อีกจำนวน 129 แปลง

ยันไม่ได้เจาะจงที่ดินใครเป็นพิเศษ

โดยการสำรวจดังกล่าว ร.ฟ.ท. ได้ดำเนินการโดยไม่ได้มีการเจาะจงสำรวจที่ดินของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นการเฉพาะ  ทั้งนี้ ร.ฟ.ท. ดำเนินการในทุกขั้นตอนบนข้อสันนิษฐานว่า “ประชาชนผู้ถือเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่ออกโดยทางราชการและอาศัยอยู่ในที่ดินตามเอกสารสิทธิ์ดังกล่าว เป็นผู้อาศัยในที่ดินโดยสุจริต” ซึ่ง ร.ฟ.ท. ไม่ประสงค์จะดำเนินการใดๆ ต่อประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด

ชี้ยื่นกรมที่ดิน ทำตามคำพิพากษา

2. ร.ฟ.ท. มีความจำเป็นในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อหาข้อยุติในกรณีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบนที่ดินบริเวณเขากระโดง เมื่อปรากฏต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์จำนวนกว่า 900 แปลงในที่ดินที่ศาลฎีการะบุว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย 

ร.ฟ.ท.จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอให้กรมที่ดินซึ่งเป็นหน่วยราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการออกหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้ราษฎรและให้บริการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อพิจารณาทบทวนการใช้อำนาจดังกล่าว

โดยเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ร.ฟ.ท. ได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดิน ขอให้กรมที่ดินดำเนินการให้เป็นตามกระบวนการตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน 2497 มาตรา 61 วรรคหนึ่ง ซึ่งระบุว่า “เมื่อความปรากฏว่าได้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หรือจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ใด โดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย มีอำนาจหน้าที่สั่งเพิกถอนหรือแก้ไขได้” 

ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.ยืนยันที่จะดำเนินการในเรื่องนี้จนถึงที่สุด และหากในอนาคตจะปรากฏผลการวินิจฉัยอันถึงที่สุดเป็นประการใด ร.ฟ.ท.ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าวอย่างเคร่งครัดต่อไป

“ศักดิ์สยาม” สั่งทำตามระเบียย

3. ร.ฟ.ท. และกระทรวงคมนาคมได้ร่วมกันดำเนินการในเรื่องนี้โดยยึดหลักการตามระเบียบกฎหมาย รวมถึงปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลโดยคำนึงถึงความเท่าเทียม เสมอภาค โปร่งใส

เป็นสำคัญ ที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการติดตามในเรื่องนี้มาโดยตลอด ทางกระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายให้ ร.ฟ.ท.ดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยยึดหลักตามระเบีบยบกฎหมาย รวมถึงปฏิบัติด้วยความเท่าเทียม เสมอภาค โปร่งใส บนหลักการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนควบคู่กับการดูแลพิทักษ์ทรัพย์สินทั้งหมดของการรถไฟแห่งประเทศไทย 

ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีข้อสั่งการในเรื่องนี้ โดยย้ำให้ ร.ฟ.ท. ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการของกรมที่ดินในการพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกในที่ดินที่เชื่อว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของ ร.ฟ.ท. โดยให้ตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัดต่อไป

Adblock test (Why?)


"รถไฟ" แจงสี่เบี้ยปมเขากระโดง ยันทำตามกฎหมาย ไม่เจาะจงที่ดินใคร - ประชาชาติธุรกิจ
Read More

เชฟตัวน้อย "พี่สายฟ้า" เข้าควรทำอาหารพูดเสียงเจื้อยแจ้ว มีสอน "น้องพายุ" ทำด้วย - Sanook

กลายเป็นอีกโมเมนต์น่ารักๆ ของครอบครัวนี้อีกแล้ว สำหรับครอบครัวของซุปตาร์สาว ชมพู่ อารยา ที่มักจะมีคลิปน่าเอ็นดูของสองหนุ่มลูกชายฝาแฝด สายฟ้า-พายุ มาให้แฟนๆ ที่ติดตามอินสตาแกรม @chomismaterialgirl ได้ชมกันเพื่อเรียกรอยยิ้มอยู่เสมอ

ล่าสุด ชมพู่ อารยา ก็ได้เผยคลิปขณะที่ลูกชายคนโต พี่สายฟ้า เป็นเชฟตัวน้อยเข้าครัวทำอาหารอย่างทะมัดทะแมง ทั้งยังพูดคุยเสียงเจื้อยแจ้วตลอดทั้งคลิป ซึ่งระหว่างนั้นก็ยังมีช่วงที่ น้องพายุ ขอเข้ามาร่วมแจมทำด้วย โดยทาง พี่สายฟ้า ก็พร้อมสนับสนุนและสอนน้องอย่างตั้งใจ

งานนี้พอแฟนๆ ได้ฟังต่างก็เข้ามากดหัวใจมอบให้อย่างรัวๆ เพราะนอกจากจะเอ็นดูในการพูดเก่งของ พี่สายฟ้า แล้ว ฝีมือการทำอาหารก็เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ จ้า

Adblock test (Why?)


เชฟตัวน้อย "พี่สายฟ้า" เข้าควรทำอาหารพูดเสียงเจื้อยแจ้ว มีสอน "น้องพายุ" ทำด้วย - Sanook
Read More

วัตสัน ชดเชยคาร์บอน 2,250 ตันลดโลกร้อน ทำอะคาเดมี่สอนความยั่งยืน - ประชาชาติธุรกิจ

วัตสัน มุ่งลดปัญหา climate change ตั้งเป้าชดเชยปล่อยคาร์บอน 2,250 ตัน เปิดสาขานำขวดรีฟิลมาใส่ผลิตภัณฑ์ ตั้งอะคาเดมี่ให้ความรู้ด้านความยั่งยืน

วัตสัน (Watson) ร้านค้าปลีกด้านสุขภาพและความงามภายใต้ เอ.เอส.วัตสัน กรุ๊ป (A.S. Watson Group) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการช่วยลดปัญหาความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ (climate change) ด้วยการตั้งเป้าหมายชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 2,250 ตัน

โดยวัตสันจะมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากทุกยอดการซื้อสินค้าในหมวด Sustainable Choices ที่จำหน่ายเฉพาะในร้านวัตสันเท่านั้น ให้กับโครงการชดเชยคาร์บอน (CO2 offset projects) ภายใต้เครือข่ายความร่วมมือของ ClimatePartner

ทุ่มงบก้อนใหญ่เพื่อความยั่งยืน

“มาลีนา ไหง” CEO of A.S. Watson (Asia & Europe) กล่าวว่า เอ.เอส. วัตสัน กรุ๊ปตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนเป็นอันดับต้น ๆ โดยได้ใช้งบประมาณลงทุนไปกว่า 97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อริเริ่มโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2018

“ในฐานะแบรนด์ด้านสุขภาพและความงามชั้นนำ เรามุ่งมั่นดูแลสภาพแวดล้อมเพื่อโลกที่ดีกว่าร่วมกับลูกค้าอย่างแข็งขันมาโดยตลอด ส่งผลให้สินค้าในกลุ่ม Sustainable Choices หรือสินค้าเพื่อความยั่งยืนในร้านวัตสัน มาพร้อมกับพันธกิจพิเศษ คือการช่วยชดเชยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อลูกค้าและโลก”

ทั้งนี้วัตสันร่วมมือกับ ClimatePartner ผู้บุกเบิกในการร่วมมือกับองค์กรและบริษัทต่าง ๆ ในการรับมือกับภาวะโลกร้อนทั่วโลก ที่มีโครงการเพื่อสนับสนุนกิจกรรมชดเชยคาร์บอนมากมาย โดยนอกจากการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังช่วยสนับสนุนให้ผู้คนทั่วโลกมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ปัจจุบัน วัตสันได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการคุ้มครองป่า (forest protection) และโครงการมหาสมุทรสะอาด (clean ocean) ของ ClimatePartner ด้วย

สู้กับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

ป่าไม้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย และป่ายังเป็นพื้นที่ประกอบอาชีพเพื่อการดำรงชีวิตของผู้คนจำนวนไม่น้อย ดังนั้น โครงการคุ้มครองป่าจึงไม่เพียงตั้งเป้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังมุ่งรักษาป่าอันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าด้วย

นอกจากนี้ วัตสันยังมีความมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบโดยรวมจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกของแบรนด์เพื่อร่วมปกป้องมหาสมุทร เพราะเราตระหนักว่ามหาสมุทรเป็นแหล่งเก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศไว้ถึง 1 ใน 4 ส่วน รวมถึงดูดซับความร้อนที่เกิดจากปรากฏการณ์เรือนกระจกไว้ถึง 93.4% การมีมหาสมุทรที่สะอาดขึ้นจะสามารถบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้

เปิดสาขานำขวดรีฟิลมาใส่ผลิตภัณฑ์

เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วัตสันนำเสนอทางเลือกที่ยั่งยืนแก่ลูกค้าด้วยตัวเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ดีกว่า และเมื่อเร็ว ๆ นี้วัตสันในประเทศมาเลเซียได้เปิดตัว Naturals by Watsons Refill Station แห่งแรกในร้าน Sunway Pyramid ซึ่งเป็นสถานีที่ให้ลูกค้าสามารถมาเติมผลิตภัณฑ์อีโค รีฟิล ซึ่งเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดได้ถึง 6 ชนิด

โดยผลิตภัณฑ์อีโค รีฟิลนี้ใช้พลาสติกในการผลิตบรรณจุภัณฑ์น้อยกว่าขวดธรรมดาถึง 58% และจะมีการเปิดตัวสถานีเติมผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ต่อไปที่ฮ่องกงในช่วงเดือน ส.ค. 2564 เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างโลกที่ยั่งยืนมากขึ้น

Good Academy สร้างความตระหนัก

วัตสันได้ประกาศเป้าหมายด้านสังคม “Look good. Do good. Feel great.” เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

“มาลีนา” กล่าวด้วยว่า บริษัทเข้าใจดีว่าความรับผิดชอบของบริษัทมีขอบเขตมากไปกว่าการจำหน่ายสินค้าปลีกด้านสุขภาพและความงาม และนอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อความยั่งยืนแล้ว จึงได้เปิดตัว Good Academy ซึ่งเผยแพร่ทุกวันจันทร์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

โดยพยายามสร้างความตระหนักเรื่องความยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าในการดำเนินชีวิตตามวิถีการสร้างความยั่งยืน ด้วยการนำเสนอคอนเท้นต์ที่ทันสมัยที่สุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน

“วัตสันมุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่มีจุดมุ่งหมาย และเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ เราทำงานหนักเพื่อปกป้องโลกของเรา ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้ทุกคนรอบตัวเราดำเนินชีวิตตามวิถีแห่งความยั่งยืน เราทำความดีร่วมกับลูกค้าของเรา เพราะเราเชื่อว่าทุกความพยายามเล็ก ๆ ของเราแต่ละคน จะสามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกได้”

Adblock test (Why?)


วัตสัน ชดเชยคาร์บอน 2,250 ตันลดโลกร้อน ทำอะคาเดมี่สอนความยั่งยืน - ประชาชาติธุรกิจ
Read More

Valdus Esports ดึง SDthaitay ทำเพลงให้สังกัด พร้อมเปิดตัวMV - ข่าวสด - ข่าวสด

Valdus Esports ทีมอีสปอร์ตดังของไทย จัดหนักดึงศิลปินดังอย่าง SDthaitay มาทำเพลงให้กับสโมสรพร้อมเปิดตัวเอ็มวีสุดเท่ให้แฟนๆได้ชมกันแบบจุใจ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ก่อนหน้านี้Valdus เพิ่งจะผงาดคว้าแชมป์PUBG Mobile World Invitational 2021: East ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่จะนำเงินรางวัลไปช่วยโควิด-19 และพวกเขาได้เงินรางวัลไปบริจาคถึง 14 ล้านบาท

ล่าสุดทางทีมจัดเต็มเปิดตัวเพลงThe Warrior of Valdus พร้อมเอ็มวีให้แฟนได้ติดตามชมกัน โดยเพลงนี้เป็นการร่วมมือกันของศิลปินดังอย่างSDthaitay ที่feat กับPandaboyzz, Bigcalo

สำหรับใครที่อยากฟังเพลงดังกล่าวติดตามได้ที่

Adblock test (Why?)


Valdus Esports ดึง SDthaitay ทำเพลงให้สังกัด พร้อมเปิดตัวMV - ข่าวสด - ข่าวสด
Read More

Wednesday, July 28, 2021

พิษไวรัสทำธุรกิจโคราชปิดกิจการ 4 พันรายสูญหมื่นล้าน - ประชาชาติธุรกิจ

พิษโควิด-19 กระทบหนักต่อเนื่อง ธุรกิจ 4 ประเภทของจังหวัดนครราชสีมาดิ่ง สูญรายได้นับหมื่นล้านบาท หอการค้าระบุปิดกิจการไปแล้วกว่า 4,000 รายชี้ภาคการท่องเที่ยวสาหัสสุด ร้องรัฐบาลพิจารณาการเยียวยาผู้ประกอบการ-ช่วยเหลือลูกจ้างเพื่อพยุงเศรษฐกิจ

นายศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจในจังหวัดนครราชสีมา ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดเป็นอย่างหนักตั้งแต่ปี 2563

ซึ่งเริ่มมีการแพร่ระบาดเกิดขึ้น และมีการล็อกดาวน์ประเทศในทั่วโลก ทำให้สถานการณ์การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวในจังหวัดหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

ในปี 2563 ที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจจากข้อมูลสถิติของภาครัฐของจังหวัดนครราชสีมา ธุรกิจ 4 ประเภทลำดับต้น ๆ ที่ทำรายได้ให้กับจังหวัดคือ 1.ภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ 30% ของจีพีพี หรือ 30,000-40,000 ล้านบาท

ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดนครราชสีมา 2.ภาคการค้าส่ง ค้าปลีกได้รับผลกระทบ 50-60% ของจีพีพี หรือประมาณ 25,000 ล้านบาท 3.ภาคเกษตรไม่ได้รับผลกระทบ

มีความโชคดีเพราะสินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น และ 4.ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ 80% ของจีพีพี หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท รวมแล้วในปี 2563 ธุรกิจในจังหวัดนครราชสีมาได้รับผลกระทบมากกว่า 80,000-90,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลกระทบยังต่อเนื่องมาถึงปี 2564 ที่มีการระบาดหนักเป็นระลอกที่ 3 ทำให้ธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 จังหวัดนครราชสีมายังได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น

เพราะต่างชาติในหลายประเทศเริ่มมีการเปิดเมืองแล้วทำให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นประมาณ 30-40% ขณะที่ภาคการค้าส่ง ค้าปลีก ยังได้รับผลกระทบอยู่ประมาณ 30-40% หรือ 10,000 ล้านบาท

ภาคการท่องเที่ยวยังสาหัส 60-70% หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท ฉะนั้นในภาพรวมเฉพาะครึ่งปีแรกที่ผ่านมาธุรกิจจึงได้รับผลกระทบประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาทขึ้นไป

จากการรวบรวมสถิติตั้งแต่ปี 2563-ปัจจุบัน พบว่ามีการปิดกิจการแล้วกว่า 3,000-4,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต ที่พักบริษัททัวร์

ร้านของฝาก ร้านนวดเพื่อสุขภาพโรงงานอุตสาหกรรม และร้านค้าปลีกทั้งร้านค้าทั่วไปและในระบบจังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก

“ผู้ประกอบการในจังหวัดต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด และพยุงธุรกิจต่อไปให้ได้ โดยมีการปรับตัวกันหลายรูปแบบ เช่น ร้านอาหารต้องหันมาจำหน่ายทางออนไลน์และดีลิเวอรี่

เพราะร้านอาหารถูกกำหนดเรื่องมาตรการโควิดควบคุมอย่างเข้มงวด ร้านขายเสื้อผ้าก็ปรับธุรกิจมาเย็บหน้ากากอนามัย เย็บชุด PPE เย็บถุงผ้า เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ ธุรกิจรถขนส่งผู้โดยสารไม่ประจำทางก็ต้องหาพันธมิตร

จากเดิมวิ่งรับส่งผู้โดยสารในสายเดียวกัน เคยต่างคนต่างวิ่ง เมื่อลูกค้าน้อยลงก็ต้องหันมาจับมือกัน รวมตัวกันในการร่วมวิ่งให้บริการ ผลัดกันวิ่งวันละ 20-30 เที่ยวต่อวัน

เพราะในสถานการณ์นี้หากต่างคนต่างวิ่งก็จบ ต้องให้ธุรกิจอยู่รอดด้วยกันได้” นายศักดิ์ชายกล่าว

นอกจากนี้ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมาได้พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถพยุงธุรกิจให้เดินต่อไปได้

ไม่ว่าจะเป็นมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด การไม่ให้มีการล็อกดาวน์จังหวัด ให้ผู้ประกอบการเปิดดำเนินธุรกิจได้ โดยมีเงื่อนไขและมาตรการในการเปิดร้านอย่างรัดกุมตามมาตรการของสาธารณสุข มีการยื่นข้อเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ช่วยเหลือเยียวยาทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง

ล่าสุดได้มีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันนครราชสีมา (กกร.นม.) ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา

และชมรมธนาคารจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564 มีมติเห็นชอบ ขอให้รัฐบาลพิจารณาการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการ และลูกจ้างในจังหวัดนครราชสีมา

ให้ได้รับการเยียวยาให้เหมือนกับจังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เนื่องจากขณะนี้จังหวัดนครราชสีมาได้ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดง 1 ใน 53 จังหวัด ซึ่งมีมาตรการควบคุมแตกต่างจากพื้นที่สีแดงเข้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทำให้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชนเช่นเดียวกับพื้นที่สีแดงเข้ม และยังเป็นจังหวัดที่มีอัตราผู้ติดเชื้อเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ

นายศักดิ์ชายกล่าวว่า กกร.นครราชสีมา เห็นว่าประกาศการเยียวยาจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างได้ในเบื้องต้น

ทำให้ช่วยพยุงเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชนให้สามารถดำเนินต่อไปได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ประกอบการในจังหวัดนครราชสีมาให้ได้รับการเยียวยาให้เหมือนกับจังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้ม

“เรื่องนี้ กกร.นม.จะออกแถลงการณ์และทำหนังสือไปยังหลายหน่วยงาน เพื่อให้เร่งช่วยเหลือและเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, หอการค้าไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย, กกร.ส่วนกลาง, กกร.กลุ่มจังหวัดภาคอีสาน

และหอการค้ากลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง เป็นต้น รวมทั้งได้เสนอแนวทางการพยายามให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้มากที่สุด”

สถานการณ์ตอนนี้มีปัจจัยเพียงเรื่องเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้คือ การควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้ หากสามารถควบคุมได้ภายในสิ้นปีนี้ สถานการณ์ของธุรกิจต่าง ๆ จะดีขึ้นกว่า 40% ซึ่งยังคงไม่ถึงกับฟื้นตัวทันที

แต่ถ้าไม่ถึง 40% สถานการณ์ก็จะลากยาวออกไป ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินว่าเศรษฐกิจของประเทศน่าจะดีขึ้นในปลายปี 2565 ขึ้นอยู่กับการควบคุมสถานการณ์โควิด

และการได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด และทั่วถึง ธุรกิจที่จะขับเคลื่อนประเทศและโคราชได้ มีเพียง 2 ประเภทที่ทำเม็ดเงินคือ ด้านอุตสาหกรรมและการลงทุน ต้องหวังพึ่ง 2 ประเภทนี้ในการขับเคลื่อนกลไกของจังหวัด หวังว่ามาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐจะนำเม็ดเงินลงมาให้ตรงเป้าและเกิดประโยชน์สูงสุด ให้เดินได้ต่อไป

Adblock test (Why?)


พิษไวรัสทำธุรกิจโคราชปิดกิจการ 4 พันรายสูญหมื่นล้าน - ประชาชาติธุรกิจ
Read More

พระครู เชิญวิญญาณ เมียฝรั่ง เผยต้องทำพิธี 3รอบ ตร.เจอเรื่องแปลก - ข่าวสด - ข่าวสด

พระครู ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ เมียฝรั่ง ถูกฆ่าทิ้งไร่ข้าวโพด เผยสิ่งผิดปกติ ต้องทำพิธีถึง 3 รอบ ด้าน พนักงานสอบสวน เล่าเรื่องแปลก ก่อนวันผู้ต้อ...