Rechercher dans ce blog

Tuesday, June 29, 2021

วิศวกรโยธายัน "น็อตทิพย์" สะพานลอย ผู้รับเหมาทำเกินมา เพื่อความสวยงาม - Sanook

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์รูปภาพและระบุข้อความว่า "ขันน็อตทิพย์" สะพานลอยคนข้าม หน้าซอยโรงเรียนพระแม่สกลสงเคราะห์ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีผู้ใช้เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงการติดตั้งแบบนี้​ ถูกต้องและแข็งแรง​ตามมาตรฐานงานก่อสร้างหรือไม่ เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปมีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่จำนวนมาก

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (29 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าสอบถามกรณีดังกล่าวที่แขวงทางหลวงนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี พบนายช่างศุภณัฐ ศรีสุวรรณ วิศวกรโยธาปฏิบัติการแขวงทางหลวงนนทบุรี สะพานลอยตัวนี้เป็นการปรับปรุง ตอนแรกจะมีแค่ราวและไม่มีหลังคา มีหน่วยงานแจ้งเข้ามาให้ทำหลังคาให้ ซึ่งเป็นสะพานลอยที่ทำมานานแล้ว ในการจะทำหลังคาต้องถอดราวบันไดอันเก่าออกและต้องขึ้นโครงหลังคาใหม่แทน 

เวลาถอดตัวราวจะยึดกับปูนอยู่แล้ว ด้วยความที่สะพานมีสภาพเก่าจึงทำให้คนอื่นดูไม่ดี  ทางผู้รับเหมาจึงทำเกินกว่าแบบ ใส่เพลทข้างบนให้ดูเรียบร้อยขึ้น ซึ่งตอนนี้ยังทำสะพานไม่เสร็จ ต้องทำตามแบบไว้ก่อน ซึ่งน็อตที่วางไว้เป็นตัวยึดของโครงอันเก่าที่ใช้มานานแล้ว จึงทำเพิ่มให้ดูสวยงามขึ้น แต่ทำไม่ตรงตามรูปแบบ ตนจึงสั่งแก้ใหม่ ตอนนี้ยืนยันว่าสะพานยังแข็งแรงอยู่ และสามารถรับน้ำหนักได้เหมือนเดิม ระยะเวลาในการแก้ต้องขึ้นอยู่กับผู้รับเหมาในการแก้ไข ตนจะลงไปดูด้วยตนเอง เรื่องความแข็งแรงรับรองว่ามีความแข็งแรงมาก สบายใจได้ไม่พังแน่นอน

Adblock test (Why?)


วิศวกรโยธายัน "น็อตทิพย์" สะพานลอย ผู้รับเหมาทำเกินมา เพื่อความสวยงาม - Sanook
Read More

โควิดระลอก 3 ทำสปา นวดแผนไทย ร้านเหล้า โรงแรม ปิดกิจการมากที่สุด - ข่าวสด

โควิดระลอก 3 ทำร้านขายของที่ระลึก สปา นวดแผนไทย ร้านเหล้า โรงแรม ปิดกิจการมากที่สุด ปิดเพิ่มขึ้นจากการระบาดในระลอกก่อน 22%

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

29 มิ.ย. 2564 – น.ส.ผกากรอง เทพรักษ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย กล่าวว่า จากการสำรวจธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 พบกิจการมีรายได้ลดลงกว่า 75% มีรายได้ไม่เกิน 10%

สถานประกอบการ 68% มีจำนวนพนักงานเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง ส่วนเงินเดือนและการจ่ายค่าจ้างปรับลดลงเหลือ 65% จากไตรมาสก่อนที่ได้ 70% โดย 60% ของสถานประกอบการท่องเที่ยวที่ยังเปิดอยู่จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างแก่พนักงานไม่เกิน 50% จากที่เคยจ่าย

ทั้งนี้ ยังมีสถานประกอบการที่ยังเปิดบริการในไตรมาสนี้ 74% มีทุนสำรองให้ใช้ได้อีกไม่เกิน 6 เดือน สะท้อนให้ในเห็นว่า หากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น คาดว่าอีก 6 เดือนข้างหน้า จะมีสถานประกอบการเหลือรอดอยู่เพียงประมาณ 13% ของทั้งประเทศเท่านั้น

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ทำให้ธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการเปิดบริการปกติเพียง 50% เท่านั้น โดยมีปิดกิจการชั่วคราว 35% เพิ่มขึ้นจากการระบาดในระลอกก่อน 22% และในจำนวนนี้มีกลุ่มที่ปิดกิจการถาวรถึง 4% เพิ่มขึ้นจากการระบาดในระลอกก่อน 1%

สำหรับกิจการที่ปิดกิจการถาวรมากที่สุด คือ ร้านขายของที่ระลึก สปา นวดแผนไทย สถานบันเทิง และโรงแรม

Adblock test (Why?)


โควิดระลอก 3 ทำสปา นวดแผนไทย ร้านเหล้า โรงแรม ปิดกิจการมากที่สุด - ข่าวสด
Read More

โฆษก ศบศ. รับจดหมายเปิดผนึก 8 ข้อ คนทำธุรกิจกลางคืน ร้องรัฐช่วยจากโควิด ไทยรัฐ - ไทยรัฐ

29 มิ.ย. 2564 13:30 น.

โฆษก ศบศ.รับจดหมายเปิดผนึก สมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง ยื่น 8 ข้อเสนอให้รัฐช่วย หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แจง รัฐบาลพร้อมดูแลเยียวยาประชาชนทุกกลุ่ม

วันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เป็นผู้แทนรับหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี จากสมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง นำโดยนายนนทเดช บูรณะสิทธิพร จาก The Rock Pub, นายธัญญ์นิธิ ปภัสสุรีย์โชติ จาก The Concert, นายวรเมธ พัฒนพฤกษ์ รองหัวหน้าชมรมผู้ประกอบอาชีพอิสระสายคอนเสิร์ตและอีเว้นท์ และนายพัชร เกิดศิริ จาก iHearBand ด้วยการประสานความร่วมมือกับกลุ่มชอบทำ โดยนายพิษณุพงษ์ ถิรโชติภูวนันท์, นายชัยรัตน์ มหาคุณ และนายพุฒิพงศ์ พจน์จำเนียร ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในระลอกที่ 3 ซึ่งทำให้ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง ต้องปิดสถานบันเทิงหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืน รวมถึงลูกจ้างทุกประเภท ทั้งที่เข้าระบบประกันสังคม และกลุ่มอาชีพอิสระที่รับค่าจ้างแบบรายวัน เช่น นักดนตรี, พนักงานเสิร์ฟ, บาร์เทนเดอร์, พนักงานเชียร์สินค้า, พนักงานโบกรถ, พ่อค้า แม่ค้า ที่ขายของในตลาดกลางคืน ร้านอาหารข้างทางต่างๆ เป็นต้น


นายธนกร กล่าวว่า สมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง ได้เสนอแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 ดังนี้ 1. ยกเลิกคำสั่งปิดสถานบันเทิงแบบเหมารวม 2. ขอให้มีคำสั่งปลดล็อกเพื่อให้ธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงได้กลับมาเปิดบริการและสามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 โดยให้คงการปฏิบัติตามมาตรการคำสั่งของ ศบค. เพื่อรักษามาตรฐานการควบคุมโรค 3. ผ่อนปรนให้สามารถขายแอลกอฮอล์เพื่อบริโภคในร้านค้าได้ 4. ผ่อนปรนให้มีการจัดงานมหรสพ โดยให้คงการปฏิบัติตามมาตรการคำสั่งของ ศบค. เพื่อรักษามาตรฐานการควบคุมโรค 5. พิจารณาการจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานประกอบการธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงโดยเร็วที่สุด 6. พิจารณาให้มีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องการเยียวยา การพักชำระหนี้ หรือการกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ 7. เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน หรือประชาชนในกลุ่มภาคธุรกิจที่ได้รับความเดือดร้อน เข้าร่วมรับฟัง, เสนอแนะ, พูดคุย ในกระบวนการออกมาตรการและนโยบายต่างๆ และ 8. เปิดช่องทางสื่อสารเพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนที่เดือดร้อน


นายธนกร กล่าวอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลมีการหารือถึงมาตรการพิเศษช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับประทบจากการปิดแคมป์คนงาน และธุรกิจร้านอาหารที่ถูกสั่งห้ามกินในร้านแล้ว ในส่วนของธุรกิจกลางคืนและบันเทิง วันนี้ตนเป็นผู้แทนในนามของรัฐบาลมารับหนังสือร้องทุกข์จากสมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงแห่งประเทศไทย จะนำเข้าหารือใน ศบค.ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่ารัฐบาลจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาให้กับผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงที่ได้รับผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 อย่างแน่นอน.

อ่านเพิ่มเติม...

Adblock test (Why?)


โฆษก ศบศ. รับจดหมายเปิดผนึก 8 ข้อ คนทำธุรกิจกลางคืน ร้องรัฐช่วยจากโควิด ไทยรัฐ - ไทยรัฐ
Read More

ไม่ 'ล็อกดาวน์' เปิดเงื่อนไข 'เดินทางข้ามจังหวัด' ต้องทำอย่างไร? - กรุงเทพธุรกิจ

29 มิถุนายน 2564 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

198

เช็ครายละเอียด "เดินทางข้ามจังหวัด" ในสถานการณ์ควบคุมการระบาด "โควิด-19" ที่ปรับมาตรการใหม่ตามประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 25 โดยมีพื้นที่ควบคุมคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 10 จังหวัด

หลังจากมีประกาศ  ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) เพื่อควบคุมการระบาด "โควิด-19" ในพื้นที่ควบคุมคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ทำให้หลายคนสงสัยว่ายังสามารถ "เดินทางข้ามจังหวัด" ได้หรือไม่?

แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนมาเช็ครายละเอียดกันอีกครั้ง ที่นี่

1. ไม่ "ล็อกดาวน์" สามารถ "เดินทางข้ามจังหวัด" ได้

ตามประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 25 มีสาระสำคัญคือ มีการปรับโซนพื้นที่ควบคุมคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) จากเดิม 4 จังหวัด เป็น 10 จังหวัด ประกอบด้วย กทม., นครปฐม, นนทบุรี, นราธิวาส, ปทุมธานี, ปัตตานี, ยะลา, สงขลา, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลออกมายืนยันว่า การปรับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้ ไม่ใช่การ "ล็อกดาวน์" และประชาชนยังสามารถ "เดินทางข้ามจังหวัด" ได้ เพียงแต่หากไม่มีความจำเป็น ก็ขอความร่วมมือลดการเดินทางข้ามจังหวัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

2. เปิดเงื่อนไข "เดินทางข้ามจังหวัด" 4 จังหวัดภาคใต้

ในรายละเอียดตามประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 25 ได้กำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมและตรวจคัดกรองการเดินทาง เอาไว้ว่า ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัด เพื่อคัดกรองการเดินทางอย่างน้อย 30 วัน 

เส้นทางเข้าออกจังหวัดชายแดนใต้ : นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา

ให้ตั้งด่านตรวจอย่างเข้มงวด คนเดินทางเข้าออกต้องแสดงเอกสาร คือ 1)บัตรประชาชนหรือบัตรแสดงตนอื่นๆ  2)เอกสารรับรองความจำเป็น ที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ เว้นแต่เป็นบุคคลที่ได้รับการยกเว้น

3. เปิดเงื่อนไข "เดินทางข้ามจังหวัด" กทม.-ปริมณฑล

กำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมและตรวจคัดกรองการเดินทาง ให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัด เพื่อคัดกรองการเดินทางอย่างน้อย 30 วัน เช่นกัน

เส้นทางเข้าออก กทม.และปริมณฑล : กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร

ให้ตั้งจุดตรวจเพื่อควบคุมการเดินทางและเคลื่อนย้าย "แรงงาน" เพื่อทำงานข้ามเขตจังหวัด ให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ให้ผ่านเข้าออกได้เฉพาะแรงงานที่ได้รับอนุญาต (มีเอกสารรับรอง) ให้เดินทางเพื่อทำงานข้ามจังหวัดจากผู้ว่าราชการจังหวัดต้นทางและปลายทาง 

ส่วนประชาชนที่ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น เพื่อมุ่งเน้นความปลอดภัยของประชาชน และต้องไม่ก่อความเดือดร้อนเกินสมควรแก่เหตุ

ดังนั้น สำหรับประชาชนทั่วไป วิธีการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ให้พกบัตรประชาชนไปด้วย ไว้แสดงตัวตนขณะผ่านด่านตรวจคัดกรอง และล่าสุด.. มีรายงานว่าให้ประชาชนในกรุงเทพฯ ที่ต้องการเดินทางออกนอกพื้นที่ ให้กรอกข้อมูลคัดกรองผ่านแอพฯ "BKK COVID-19" ด้วย มีขั้นตอนดังนี้

1. สแกน QR CODE

2. กรอกแบบฟอร์มข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์มือถือ ระบุเพศ และสัญชาติ

3. กรอกข้อมูลการเดินทาง อาทิ เดินทาง ระบุการเดินทางเที่ยวเดียวหรือไปกลับ พร้อมเหตุผลความจำเป็น จากนั้นแสดงข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านคัดกรอง

อ่านเพิ่ม : 'เดินทางข้ามจังหวัด' ออกจากกรุงเทพฯ มีขั้นตอนอย่างไร

162494387886

4. เปิดเงื่อนไข "เดินทางข้ามจังหวัด" จังหวัดอื่นๆ 

ส่วนเส้นทางเข้าออกจังหวัดอื่นๆ : ให้มีการตั้งด่านตรวจ และดำเนินการอย่าง เข้มงวด กรณีพบผู้เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) โดยให้แต่ละจังหวัดปลายทางออกข้อกำหนดและประกาศใช้ 

อัพเดทล่าสุด..  มีการประกาศข้อกำหนดการเดินทางข้ามจังหวัดของ "จ.เชียงใหม่" ออกมาแล้ว ระบุว่า ผู้ว่าฯ ​เชียงใหม่​ สั่งการตั้งด่านคัดกรอง​ผู้เข้าสู่จังหวัด​เชียงใหม่สกัดโควิดระบาดในพื้นที่ ​พร้อมมีการยกระดับด่านคัดกรอง ย้ำว่า ผู้ที่จะเดินทางมาจาก 10 จังหวัด​พื้นที่​สีแดงเข้ม จะต้องลงทะเบียน​​ “cm chana” ทุกกรณี​ รวมถึงกักตัวอยู่ในที่พัก 14 วัน ตามประกาศ​มาตรการ​ของคณะกรรมการ​โรคติดต่อ​จังหวัด​เชียงใหม่

อ่านเพิ่ม :  'เชียงใหม่' อัพเดท 10 จังหวัด 'สีแดงเข้ม' เดินทางเข้าเชียงใหม่ ต้องทำตามนี้

Adblock test (Why?)


ไม่ 'ล็อกดาวน์' เปิดเงื่อนไข 'เดินทางข้ามจังหวัด' ต้องทำอย่างไร? - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

แจงย้ำออกคำสั่งกลางดึก ขออภัยทำร้านอาหารเดือดร้อน มาตรการเยียวยาโยน ศบศ. - ไทยรัฐ

29 มิ.ย. 2564 12:48 น.

เลขาฯ สมช. แจงย้ำเหตุออกมาตรการกลางดึก ขออภัยทำให้ร้านอาหารได้รับความเดือดร้อน แจง ศบค. ทำอย่างรอบคอบ ยันมีมาตรการเยียวยาแล้ว แย้มเตรียมคลายไซต์ก่อสร้างที่จำเป็น

วันที่ 29 มิ.ย. 2564 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กล่าวถึงมาตรการชดเชยเยียวยาหลังออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) ไปแล้ว ว่า ต้องหารือว่ามาตรการที่ออกไปแล้วบางอย่างต้องมีการผ่อนคลาย เช่น การหยุดก่อสร้าง อาจจะมีอันตรายในเชิงวิศวะ หรือกระทบกับส่วนอื่น เช่น การเร่งก่อสร้างสถานพยาบาล ถ้าหยุดแคมป์ไปก็จะทำให้การหยุดก่อสร้างหยุดไปด้วย เป็นต้น หากมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการก่อสร้างก็อาจจะอนุญาตให้ดำเนินการได้ในบางแคมป์

สำหรับข้อกำหนดก่อนที่ประกาศออกไปนั้นประชุมกันในวันที่ 25 มิ.ย. จนถึงช่วงเย็น จากนั้นในวันที่ 26 มิ.ย. ยังมาประชุมกันต่อ และร่างคำสั่งเสร็จได้เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ลงนามในเวลา 21.00 น. ก่อนประกาศคำสั่งลงราชกิจจานุเบกษาในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 27 มิ.ย. 2564 นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมคำสั่งถึงประกาศกลางคืน แสดงให้เห็นว่าเราทำงานตลอดเวลา เพื่อให้คำสั่งออกเร็วที่สุด ในแง่ของความเร็ว ความช้า ศบค. ก็ถูกตำหนิ เช่น ร้านอาหาร ก็ต้องขออภัยที่ออกคำสั่งช้า ทำให้เตรียมตัวไม่ทัน ส่วนเรื่องแรงงานก็ถูกต่อว่าบอกเร็วไปทำให้เขาหนีไปก่อน เรื่องนี้ต้องมองให้หลายมุม ยืนยันว่า ศบค. พยายามหาจังหวะที่เหมาะสม และการออกคำสั่งต้องทำอย่างรอบคอบ ขอให้สื่อดูว่าข้อกำหนดฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดรัดกุม นั่นคือผ่านการหารือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กทม. และสำนักการโยธาธิการและผังเมือง ดังนั้นเราจะรีบไม่ได้ หรือช้าเกินไปก็ไม่ทันการ ขอให้เข้าใจตรงนี้และช่วยทำความเข้าใจต่อไปด้วย

เมื่อถามว่าจะมีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการร้านอาหารเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เรื่องนี้พูดคุยเรียบร้อยไปแล้ว โดยมาตรการเยียวยาจะอยู่ในความรับผิดชอบของ ศบศ. ที่ได้ประชุมและมีมาตรการไปแล้ว ส่วนที่ผู้ประกอบการต่อว่า ศบค. ทางโซเชียลที่ออกมาตรการช้าจะขอโทษผู้ประกอบการและประชาชนอย่างไรบ้าง โดย พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า เราได้คุยกับสมาคมผู้ประกอบการก่อสร้าง และชี้แจงทำความเข้าใจไปแล้ว และเขาก็รับทราบก่อนที่จะออกคำสั่ง เช่นเดียวกับร้านอาหาร ทางนายกสมาคมภัตตาคารไทยได้รับแจ้งแล้วเช่นกันแต่การสื่อสารอาจจะไม่ทั่วถึง ก็ต้องขออภัยที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน และประชนได้รับผลกระทบไปบ้าง ขณะเดียวกัน ต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการเหล่านี้ เพราะเราไม่อยากใช้มาตรการที่เข้มข้น ไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ในเมื่อคณาจารย์แพทย์อาวุโส และเป็นระดับคณบดีแพทยศาสตร์ศิริราช และมหาวิทยาลัยต่างๆ มาเสนอแนะด้วยตนเอง ศบค. ก็ต้องรับฟัง และปรับตามมาตรการที่เสนอ โดยจะพยายามดูให้ดีที่สุด ยืนยันว่าเราทำให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่ากังวลหรือไม่ เพราะขณะนี้มีผู้ติดเชื้อกระจายไปตามต่างจังหวัดบ้างแล้ว ผอ.ศปก.ศบค. ยอมรับว่ากังวล แต่กระทรวงมหาดไทยยืนยันจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำกับ เน้นย้ำ และควบคุมให้คนที่เดินทางไปจาก กทม. เข้ารับการกักกัน หรือคุมไว้สังเกต ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ด้านกระทรวงสาธารณสุข แจ้งผ่านสาธารณสุขจังหวัด ให้ช่วยควบคุมและเตรียมการป้องกันการแพร่เชื้อในพื้นที่ โดยต่อจากนี้สาธารณสุขจะต้องประเมินสถานการณ์ว่าเมื่อครบ 15 วันแล้วสถานการณ์เป็นอย่างไร และอาจจะมีการผ่อนคลายได้ในบางกิจการ ส่วนเสียงสะท้อนจากบุคลากรทางการแพทย์จากต่างจังหวัดต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเพื่อรองรับแรงงานที่กระจายเข้าไปในพื้นที่บ้างหรือไม่นั้น พล.อ.ณัฐพล เผยว่าตอนนี้ยัง เพราะเขาเตรียมพร้อมกันอยู่แล้ว โดยเราแจ้งเตือนไปตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. 2564

นอกจากนี้ เรื่องมาตรการดูแลรักษาตัวเองที่บ้าน (Home Isolation) โดยแพทย์ให้คำแนะนำผ่านแอปพลิเคชัน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เริ่มพิจารณาแล้ว แต่แนวทางของเราคือตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม เวลานี้สถานที่และอุปกรณ์มีเพียงพอ แต่ปัญหาคือบุคลากรทางการแพทย์ ถ้าเราไปดึงจากต่างจังหวัดอาจจะทำให้พื้นที่นั้นขาดความพร้อม ส่วนแนวทางการรักษาตัวที่บ้านต้องมีมาตราการที่รอบคอบ เพราะถ้าไม่รอบคอบอาจมีอาการหนักขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นห่วงตรงนี้และเวลานี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประกาศหลักเกณฑ์แล้ว เหลือแค่พิจารณาระบบที่จะรองรับ เพราะทุกมาตรการที่จะออกไป ศบค. และ ศบศ. จะต้องทำอย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ ศบค. ได้หารือถึงการรับเรื่องร้องเรียนอาจมีการรวมตัวเกินกว่าที่กำหนด แต่ทุกครั้งทุกคณะที่มายื่นเรื่องเราก็รับตลอด ทั้งพนักงานนวดแผนโบราณ หรือศิลปะการบันเทิง รับฟังตลอด อะไรที่ผ่อนคลายได้ก็ดำเนินการ อะไรที่เยียวยาได้ ก็ฝาก ศบศ. ดำเนินการ เราพยายามดูแลทั้ง 2 มิติ และสามารถมายื่นได้ตลอด ส่วนผู้ประกอบการร้านอาหารก็ได้รับการเยียวยาอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ครบตามที่เสนอมาเท่านั้น และยืนยันว่าครั้งนี้ดูแลมากกว่าทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม การประชุมรัฐสภา ศบค. อนุญาตไว้แล้ว ส่วนจะประชุมหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภา ไม่เกี่ยวกับ ศบค. เพราะอนุญาตไปแล้ว.

อ่านเพิ่มเติม...

Adblock test (Why?)


แจงย้ำออกคำสั่งกลางดึก ขออภัยทำร้านอาหารเดือดร้อน มาตรการเยียวยาโยน ศบศ. - ไทยรัฐ
Read More

Monday, June 28, 2021

'ศบค.' รับห่วง 'โควิด' กระจายไปทั่ว ขออภัยทำเดือดร้อน 'ออกคำสั่งกลางดึก' - กรุงเทพธุรกิจ

29 มิถุนายน 2564

71

"ณัฐพล" แจง "ออกคำสั่งกลางดึก" ล็อกแคมป์-ห้ามนั่งทาน เหตุนายกฯ เซ็นคำสั่ง 3 ทุ่ม ขออภัย ทำให้เดือดร้อน เผย จ่อผ่อนปรนงานก่อสร้างบางประเภท ระบุมีมาตรการดูแลร้านอาหาร แต่อาจไม่ครบ แย้ม Home Isolation มีหลักเกณฑ์แล้ว

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ. (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) กล่าวว่า ที่ประชุมครม.วันนี้จะหารือมาตรการเยียวยาแรงงานและผู้ประกอบการ​ เมื่อวานนี้(28/6/64)​ รวมไปถึงมาตรการบางอย่างที่ออกไปแล้วเพื่อผ่อนคลายอย่างแคมป์ก่อสร้างที่หยุดการดำเนินการแล้วอาจจะมีอันตรายในเชิงวิศวะหรือประเด็นสถานพยาบาล​ที่มีการเร่งรัดก่อสร้างอยู่ เพราะเกรงว่าจะทำให้สถานพยายามที่กำลังเร่งรัดอยู่ล่าช้าออกไป จึงจำเป็นต้องออกมาตรการ​ผ่อนคลายให้

ขณะที่การเยียวยาร้านอาหาร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ว่าได้มีการหารือเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมีมาตรการดูแลแล้วเช่นกัน แต่อาจจะยังไม่ครบตามที่เสนอมา แต่เท่าที่ประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจหรือ ศบศ.  มาครั้งนี้ดูแลได้ครอบคลุม​กว่าทุกครั้ง โดยมาตรการเยียวยาจะอยู่ในความรับผิดชอบของ ศบศ. ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน

ส่วนขณะนี้ที่เชื้อโควิด-19 กระจายไปในพื้นที่ต่างจังหวัด ทางศบค. มีความกังวล​หรือไม่ ยอมรับว่ามีความกังวล แต่อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข​ได้คำยืนยันในที่ประชุมว่า กระทรวงมหาดไทยจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำกับ เน้นย้ำ ควบคุม ให้ "ผู้ที่เดินทางไปจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร" เข้ารับการกักกันหรือการคุมไว้สังเกต​ตามความเหมาะสม ​ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข​ก็จะช่วยในพื้นที่ด้วย อีกทั้งจะเป็นผู้ประเมิน สถานการณ์ทุก 15 วัน และจะมีการผ่อนคลายมาตรการต่อไป

ขณะที่โรงพยาบาลในพื้นที่ต่างจังหวัด​มีการร้องขอความช่วยเหลือจากบุคลากร​หลังจากมีการกระจายเชื้อในพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่า ไม่มีการร้องขอแต่อย่างใด เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมอยู่แล้ว มีการแจ้งเตือนไปยังบุคลากรทางการแพทย์ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ (26/6/64) ​ที่ผ่านมา

ส่วน ศบค. มีการพูดคุยถึงกรณีการรวมตัวยื่นหนังสือเรียกร้องจากผลกระทบต่างๆ ถือเป็นการรวมกลุ่มกันหรือไม่ เลขา สมช. กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ แต่เพิ่งได้ข่าวและทุกครั้งที่มาก็มีการรับหนังสือไว้ตลอด ทั้งพนักงานนวดแผนโบราณ​  กลุ่มศิลปะ​การบันเทิง คือคณะใดที่เข้ามาก็พร้อมรับทั้งหมดยืนยันว่ารับฟังมาโดยตลอด อะไรที่สามารถผ่อนคลายได้ก็ดำเนินการ หากดูแลเยียวยาได้ก็จะให้ ศบศ เป็นผู้พิจารณาเนื่องจากตอนนี้อยู่ทั้งศบค.และศบศ โดยจะพยายามดูแลทั้ง 2 มิติ

ขณะที่การรักษาตนเองแบบ Home Isolation พล.อ.ณัฐพล ยอมรับว่ามีความคิดที่จะดำเนินการและมีการพิจารณากันบ้างในที่ประชุมของกระทรวงสาธารณสุข​ แต่แนวทางของทั้ง สธและศบค. คือพยายามดำเนินการคือตั้งโรงบาลสนาม โดยระบุว่า สถานที่และอุปกรณ์​มีเพียงพอแต่สิ่งที่ไม่พอคือบุคลากร​ทางการแพทย์​ซึ่งการที่จะดึงบุคลากร​ทางการแพทย์จากต่างจังหวัด​มาจะทำให้ต่างจังหวัดขาดความพร้อม จึงเป็นที่มาของมาตรการ Home Isolation แต่ย้ำว่าต้องมีมาตรการ​ที่รอบครอบ เนื่องจากหากรักษาตัวที่บ้านอาจมีอาการหนักขึ้น ซึ่งในประชุมสธ.โดยสปสช. ได้ประกาศหลักเกณฑ์​ออกมาแล้วเกินครึ่ง แต่ต้องพิจารณาระบบรองรับให้รอบคอบ​และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเนื่องจากทุกมาตรการที่ออกมาจะต้องคิดให้รอบคอบ

ทั้งนี้ การประชุมศบศ. เมื่อวันศุกร์ (25/6/64)​ ที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมเพื่อร่างระเบียบ คำสั่งที่25 ต่อในวันเสาร์และให้นายกรัฐมนตรีลงนามในเวลา 21.00 น. ลงราชกิจจานุเบกษาเพื่อประกาศในเวลา 01.00 น ของวันถัดไป ที่จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมจึงออกคำสั่งในเวลากลางคืนเนื่องจากมีการทำงานกันตลอดเวลา เพื่อให้คำสั่งออกได้เร็วที่สุด และเมื่อพูดถึงปัญหาของผู้ประกอบการ​ร้านอาหาร ศบค. ก็จะถูกตำหนิว่าทำไมถึง ออกคำสั่งช้า ทำให้จัดการสินค้าไม่ทันส่วนกรณีของแรงงานก่อสร้างก็ถูกตำหนิว่าออกคำสั่งเร็วเกินไปจึงต้องมองหลายๆมุม จึงพยายามออกคำสั่งในเวลาที่เหมาะสม และ การออกคำสั่งต้องออกในเวลาที่เหมาะสม พร้อมขอให้ย้อนดูคำสั่งประกาศที่25 ที่มีรายละเอียด​ที่ค่อนข้าง​รัดกุม เนื่องจากมีการหารือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงรีบไม่ได้

ขณะเดียวกันโซเชียล​มีการโจมตีของผู้ประกอบการ พล.อ.ณัฐพล ยืนยัน ว่ามีการหารือกับผู้ประกอบการก่อสร้างมาโดยตลอดและได้ทำการชี้แจงไปแล้ว และทางสมาคมได้รับทราบเป็นส่วนใหญ่ แต่อาจมีการสื่อสารที่ไม่ถูก เช่นเดียวกับได้ชี้แจงกับร้านอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้วและทางสมาคมร้านอาหารก็ได้ชี้แจงไปกับกลุ่มผู้ประกอบไปตั้งแต่เมื่อวันศุก​ร์แล้ว ซึ่งตนก็ขออภัยด้วย ในความที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปบ้าง แต่ก็ต้องขอความร่วมมือเหมือนกัน แต่ในเมื่อคณาจารย์​แพทย์​แนวหน้าของประเทศออกมาเสนอแนะ ศบค. ก็ต้องรับฟัง และปรับตามที่เสนอ แต่ยอมรับว่าห่วงว่าจะทำให้ประชาชนเดือดร้อนแต่ตนจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพลระบุถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ศบค.ได้อนุญาต​ไว้แล้วและไม่ได้มีการยกเลิกการประชุม ส่วนจะมีการประชุมหรือไม่ขึ้นอยู่กับทางสภาไม่เกี่ยวกับศบค.

Adblock test (Why?)


'ศบค.' รับห่วง 'โควิด' กระจายไปทั่ว ขออภัยทำเดือดร้อน 'ออกคำสั่งกลางดึก' - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

เปิดวิธี 'Home Isolation' เตียงไม่พอ 'กักตัวอยู่บ้าน' ต้องทำอย่างไร? - กรุงเทพธุรกิจ

จากวิกฤตเตียงไม่พอ ผู้ป่วยที่เข้าข่าย “กักตัวที่บ้าน” ได้ ต้องมีคุณสมบัติแบบไหน ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และไอเท็มอะไรที่จำเป็นต้องมีติดตัวบ้างในตอนนี้?

จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นประมาณ 4-5 พันคนต่อวัน จนทำให้ ‘"เตียงรองรับผู้ป่วยไม่เพียงพอ" ณ ขณะนี้ ส่งผลให้หลายคนที่ติดเชื้อไม่สามารถได้รับการเข้ารักษา เพราะโรงพยาบาลหลายที่ก็อยู่ในสถานะที่วิกฤตจนให้บริการไม่ได้

รวมถึงแนวทางใหม่ที่เริ่มนำร่องให้ ผู้ป่วยโควิดอาการน้อยกลับไปดูแลตัวเองที่บ้าน ต่อได้

“กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” ชวนดูเช็คลิสต์ ผู้ป่วยต้องมีคุณสมบัติแบบไหนจึงจะสามารถ “กักตัวที่บ้าน” (Home Isolation) ได้, ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และไอเท็มไหนที่จำเป็นต้องมีติดบ้าน ณ ขณะนี้?

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 กระทรวงสาธารณสุขได้ให้คำแนะและวิธีการไว้ดังต่อไปนี้
     

  • ผู้ป่วยโควิด-19 แบบไหนที่สามารถ  “กักตัวที่บ้าน”  ได้? 

คำตอบ: ต้องเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อ “แต่ไม่แสดงอาการ” ถึงจะสามารถกักตัวรักษาตัวเองที่บ้านได้ (ทั้งนี้ยังคงได้รับการรักษาและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และโรงพยาบาลอยู่)

โดยการทำเช่นนี้ เพื่อให้ “ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก” จะได้รับการจัดสรรเตียงให้ก่อน ตามความเหมาะสมของระดับอาการ
     

  • [เช็คลิสต์] ผู้ป่วยโควิด-19 ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ถึงจะสามารถ “กักตัวที่บ้าน” ได้?

1. ต้องเป็นผู้ติดเชื้อที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี ที่ไม่มีการแสดงอาการ และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงปกติ

2. อยู่ที่บ้านคนเดียว หรือมีผู้พักร่วมไม่เกิน 1 คน

3. ไม่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกิน 90 กิโลกรัม

4. ไม่มีอาการป่วยหรือโรคที่เกี่ยวกับปอดหรือหัวใจ เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคไตเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และโรคอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ 

5. นอกจากนี้ ผู้ป่วยต้องยินยอมที่จะแยกตัวในที่พักของตนเองอย่างเคร่งครัด 

    

  • ผู้ป่วยโควิด-19 ที่สามารถ “กักตัวที่บ้าน” ได้ ต้อง “ปฏิบัติตัว” อย่างไร?

เพื่อให้ตนเองและครอบครัวได้รับความปลอดภัยต้องปฏิบัติตัวตามวิธีการดังต่อไปนี้

- ห้ามให้ใครมาเยี่ยมเยียนที่บ้านเลยแม้แต่คนเดียวในช่วงที่กักตัว

- ห้ามผู้ป่วยเข้าใกล้และสัมผัส ผู้สูงอายุและเด็ดอย่างเด็ดขาด โดยรักษาระยะห่างอย่างต่ำ 2 เมตร

- เป็นไปได้ให้แยกของใช้ส่วนตัวของตนเองกับผู้อื่นทุกอย่าง รวมถึงห้องน้ำและที่เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย รวมถึงห้องที่พักอาศัยควรที่จะเปิดโล่งให้อากาศถ่ายเทด้วย 

- ไม่ทานอาการร่วมกับคนอื่นๆ เลย ควรทานอยู่คนเดียว หากเลี่ยงไม่ได้ ผู้ป่วยต้องรักษาระยะห่างอย่างต่ำ 2 เมตร 

- สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกจากห้องนอน-ห้องพักผ่อน

- ทำความสะอาดมือของตนเองด้วยสบู่และเจลแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ 

- แยกถังซักเสื้อผ้าและสิ่งที่ต้องสวมใส่ทั้งหมดจากคนอื่นในบ้าน รวมถึงเครื่องนอน และโถสุขภัณฑ์ที่บ้านด้วย(หากเลี่ยงไม่ใช้ร่วมกันไม่ได้ ให้ปิดฝาโถก่อนกดน้ำทำความสะอาด)

- หมั่นสังเกตอาการตนเองทุกวัน และวัดอุณหภุมิสม่ำเสมอ

- หากมีอาการเหนื่อยหอบ ไข้สูง ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างปกติให้รีบติดต่อโรงพยาบาลที่ท่านรับการรักษา

- หากต้องเดินทางไปโรงพยาบาลให้ใช้รถส่วนตัว ไม่เหมาะสมที่จะใช้รถสาธารณะ

- ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เดินทางอยู่ข้างนอกบ้าน 

    

  • "8 ไอเท็มที่ต้องมี” เมื่อ “กักตัวอยู่บ้าน”

หลายสิ่งอาจดูจำเป็น และหลายสิ่งอีกเช่นกันที่ดูไม่จำเป็น มาดูกันว่าเมื่อต้องกักตัวอยู่บ้าน ไอเท็มอะไรบ้างที่ต้องมีติดไว้กับตัวเราเอง

1.เจลแอลกอฮอล์

ประโยชน์: โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องเป็นเจลแอลกอฮอล์ที่มีแอลกอฮอล์ในระดับ ไม่เกิน 70% และควรพกติดตัวด้วย เพื่อให้มือมีความสะอาด ปราศจากเชื้อโรคตลอดเวลา

2.หน้ากากอนามัย

ประโยชน์: เป็นไอเท็มที่ต้องมีติดตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องออกไปเจอบุคคลอื่นๆ ที่ไม่รู้จักกัน หรือต้องออกไปข้างนอก

3.สบู่ล้างมือ (สบู่เหลว)

ประโยชน์: การใช้สบู่โดยเฉพาะสบู่เหลวจะทำให้ผิวไม่แห้งเท่ากับสบู่ก้อน ซึ่งจะไม่ทำให้เราเกิดความระคายเคืองผิว 

4.ทิชชู่เปียกฆ่าเชื้อโรค

ประโยชน์: หากต้องเข้าห้องน้ำหรืออยู่ในที่สกปรก การมีทิชชู่เปียกในการใช้ช่วยทำความสะอาดจะทำให้เราไม่ต้องไปติดเชื้อโรคอื่นๆมาเพิ่มเติมในร่างกายเราได้

5.บรรจุภัณฑ์อาหาร ช้อนส้อม แก้ว หลอด (ส่วนตัว)

ประโยชน์: บรรจุภัณฑ์อาหารก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ควรต้องแยกกันใช้ เพราะสารคัดหลั่งของผู้อื่นอาจปนเปื้อนบนอาหารหรือบริเวณโดยรอบได้เช่นกัน เพื่อสุขอนามัยของตนเองที่ดี ดังนั้นควรใช้ภาชนะและสิ่งของต่างๆ แยกกับผู้อื่น

6.ที่วัดอุณหภูมิ

ประโยชน์: เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรมีติดไว้ที่บ้านเพื่อตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายของตนเอง โดยแบบที่แนะนำ ควรเป็นเทอร์โมมิเตอร์แบบที่ไม่ต้องสัมผัสผิวหนัง หรือแบบยิงที่ตามสถานที่ให้บริการข้างนอกนิยมใช้

7.ถุงมือยาง

ประโยชน์: หากต้องจับสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะในบ้านหรือข้างนอก เพื่อลดการเอาตัวเองไปเสี่ยง การใช้ถุงมือในการจับของถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดวิธีหนึ่งเช่นกัน

8.เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว

ประโยชน์: โรคโควิดเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ การวัดค่าออกซิเจนในเลือด กรณีผู้ป่วยพบว่าตนเองมีค่าออกซิเจนในเลือดต่ำ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ระบบหายใจล้มเหลว ต้องใส่ท่อช่วยหายใจได้ หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

เมื่อต้องกักตัวที่บ้าน การมีเครื่องตัวนี้ช่วยประเมินอาการความวิกฤตของตนเองอาจช่วยให้เราได้รับการรักษาเพื่อทำให้ร่างกายดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

Adblock test (Why?)


เปิดวิธี 'Home Isolation' เตียงไม่พอ 'กักตัวอยู่บ้าน' ต้องทำอย่างไร? - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

พระครู เชิญวิญญาณ เมียฝรั่ง เผยต้องทำพิธี 3รอบ ตร.เจอเรื่องแปลก - ข่าวสด - ข่าวสด

พระครู ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ เมียฝรั่ง ถูกฆ่าทิ้งไร่ข้าวโพด เผยสิ่งผิดปกติ ต้องทำพิธีถึง 3 รอบ ด้าน พนักงานสอบสวน เล่าเรื่องแปลก ก่อนวันผู้ต้อ...