Rechercher dans ce blog

Friday, February 4, 2022

อีแอบ!ทำ 'สภาอับปาง' - ไทยโพสต์

สัปปายะสภาสถานคลื่นลมแรง สภาล่มครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ เล่นการเมืองขึ้นสมอง ฝ่ายค้าน-รัฐบาลซัดกันนัวเนีย เปิดจำนวน ส.ส.แสดงตนในห้องประชุม แฉยับ! เพื่อไทยอยู่แค่ 2 คน ก้าวไกล 8 "อีแอบ" เพียบหลบหลังเก้าอี้ ส่วนพลังประชารัฐเละเทะ เซ็นชื่อเข้าประชุมเกือบร้อยแต่แสดงตัวแค่ครึ่ง ก๊วนธรรมนัส วางยา โผล่มาคนเดียว "บิ๊กตู่" ฮึ่ม! ถ้าล่มอยู่แบบนี้ก็ไปไม่ได้

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธาน ระหว่างพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาค้างมาจากการประชุมสภาสมัยประชุมครั้งที่ 1 หลังจากสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวางเสร็จสิ้นแล้ว เวลา 14.05 น. นายชวนประชุมได้กดออดเรียกสมาชิกเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติรับทราบรายงานดังกล่าว

แต่เนื่องจากมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตาอาจไม่ครบองค์ประชุมได้  นายชวนจึงพยายามรอ ใช้เวลานานกว่า 20 นาที แต่ดูเหมือนสมาชิกในห้องจะยังไม่ครบองค์ประชุม ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เสนอให้ประธานพักการประชุมเป็นเวลา 30 นาที เพื่อรอสมาชิก ด้านนายชวนอนุญาตให้พักเพียง 15 นาที แต่สุดท้ายไม่ได้พักการประชุม เนื่องจากนายชวน กังวลว่าสมาชิกจะลดลงจากเดิมไปอีก

จากนั้น นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อ แต่ขณะเดียวกันฝ่ายค้านขอให้นับองค์ประชุมแบบเสียบบัตรแสดงตน ซึ่งนายชวนได้วินิจฉัยให้แสดงตนตามที่นายวิรัชเสนอ แต่นายจุลพันธ์ลุกขึ้นประท้วงคัดค้านระบุว่า วันนี้พวกเรากำหนดจะประชุมถึงเวลาประมาณ 17.00 น. หากนับองค์ประชุมแบบตามที่นายวิรัชเสนอ จะทำให้เสียเวลา กว่าจะเสร็จก็เวลา 17.30 น. ไม่ต้องประชุมต่ออยู่ดี ดังนั้นถ้าเดิมเกมการเมืองเช่นนี้ฝ่ายค้านไม่ยุ่งด้วย และขออยู่นอกห้องประชุม

ขณะที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วง ระบุว่า นายชวนวันนี้ทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง ทำให้นายชวนสวนกลับว่าพูดอะไรจะต้องย้อนดูตัวเองด้วย และยืนยันว่าตนไม่ได้ลำเอียงในการทำหน้าที่ แต่นายพิเชษฐ์ตอบกลับว่า “ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ท่านก็ต้องดูตัวเองด้วย ท่านอย่ามาว่าผม อย่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น” แต่นายชวนระบุว่า ต้องดำเนินการไปตามข้อบังคับ ไม่เช่นนั้นจะถูกตำหนิ ทำให้นายพิเชษฐ์ระบุว่า สถานการณ์แบบนี้ท่านอยู่ได้อย่างไร ห้องประชุมเป็นแบบนี้อยู่ได้อย่างไร แต่ในที่สุดนายพิเชษฐ์ก็กล่าวขอโทษ

ต่อมา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ญัตติที่นายวิรัชเสนอน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีส.ส.รับรอง ดังนั้นการเสนอจึงไม่ชอบ ทำให้นายชวนกล่าวตอบว่า เมื่อนายศุภชัย ยืนยันว่าญัตติการเสนอนับไม่ถูกต้อง คำสั่งที่ตนได้สั่งไปก่อนหน้านี้ให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จากนั้นนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จึงได้ลุกขึ้นกล่าวว่า “ญัตติที่ผมได้เสนอให้ขอนับองค์ประชุมแบบเสียบบัตรยังอยู่ และถูกต้องทุกประการ เพราะมีสมาชิกรับรองกว่า  20 คน”

กระทั่งเวลา 14.45 น. นายชวนได้กดออดเชิญให้สมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเสียบบัตรแสดงตน และประกาศผลองค์ประชุม ปรากฏว่ามีสมาชิกเพียง 195 คน ไม่ถึง 237 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม และสั่งปิดการประชุมในเวลา 14.50 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมใช้เวลาในการยื้อเพื่อนับองค์ประชุมเกือบ 1 ชั่วโมง และสภาล่มครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2  ของเดือน ก.พ. และเป็นครั้งที่ 16 ในรัฐบาลชุดนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงเหตุสภาล่มบ่อยจะกระทบต่อการทำงานหรือไม่ โดยเฉพาะกฎหมายลูกที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา ว่าเรื่องนี้มันมีอยู่แล้วในโซเชียล ก็มีสามารถไปเปิดดูได้ว่ามีสมาชิกเข้าไปประชุมกี่คน ก็จะเห็นได้ว่ามีพรรคไหนเข้ามาบ้าง บางคนมาไม่ได้เพราะติดกักตัว แต่บางพรรคมาแล้วไม่ลงชื่อ แบบนี้มันเป็นวิธีทางการเมืองหรือเปล่าตนไม่รู้ แต่ตนไม่สามารถไปสั่งใครได้ เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับสมาชิกรัฐสภา ทุกคนก็ต้องร่วมมือและเข้าไปร่วมกันพิจารณา ถ้าล่มอยู่แบบนี้ก็ไปไม่ได้ จะบอกว่าเป็นความรับผิดชอบของนายกฯคนเดียวคงไม่ใช่ เป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล อะไรก็ตามหากร่วมมือกันทุกอย่างก็ไปได้หมด

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า ช่วงเช้า 4 ก.พ. พรรคพลังประชารัฐมาโหวต 84 คน ส่วนพรรคภูมิใจไทย ปกติมาโหวตจำนวนสูงมาก แต่ครั้งนี้ถูกกักตัวจาก 59 คน จึงมาโหวต 35 คน รวมทั้งหมดรัฐบาลมาโหวตช่วงเช้า 204 คน ขณะที่พรรคเพื่อไทยมาโหวตเพียง 6 คน ขณะที่พรรคก้าวไกลโหวต 31 คน รวมฝ่ายค้านทั้งหมด โหวตเพียง 40 คน นอกจากนี้ยังพบว่า การโหวตเดือน ธ.ค. ซึ่งมีจำนวนการโหวต 70 ครั้ง สิ่งที่สรุปได้คือมี ส.ส.จำนวน 7 คนที่ไม่เคยมาโหวตเลยทั้งเดือน และยังมีส.ส.จำนวน 50 คนมาโหวต 100% และทุกการโหวตของ ส.ส.ทุกคนจะมีการบันทึกไว้หมดในระบบโปรแกรมต่างๆ 

"ส.ส.ทุกคนได้รับเงินเดือนภาษีของประชาชน การปฏิบัติหน้าที่และมาประชุมสภาเพื่อที่จะโหวตเป็นหน้าที่สำคัญของ ส.ส. ถ้า ส.ส.คนใดบอกว่าไม่ต้องมาโหวต มาทำงานก็ได้ ผมคิดว่าตอบคำถามไม่ได้ เพราะท่านก็มีเงินเดือนและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี อยากให้สังคมติดตามด้วยว่าหลักคิดที่ว่าไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องมาโหวตทำได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ไม่เป็นไปตามประมวลจริยธรรมของสภาอยู่แล้ว"

 "ถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับนักเรียน เพราะต่อไปนักเรียนมาเซ็นชื่อตอนเช้าแล้วกลับบ้านไม่ต้องเรียนได้หรือไม่  ส.ส.ก็เหมือนกันมาเซ็นชื่อร่วมประชุมตอนเช้าแล้วอยู่หน้าห้องไม่มาโหวตมาทำงานเลย ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ผมพูดในนามเป็น ส.ส. ไม่ได้พูดในนามพรรคไหนทั้งนั้น แต่ถ้าท่านเห็นว่าท่านทำถูกก็ทำไป ผมมีหน้าที่เอาข้อมูลเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบว่า ส.ส.ท่านใดทำงานแบบใด" นายไพบูลย์กล่าว 

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังองค์ประชุมสภาล่มว่า ก่อนสภาล่มได้มีการเสนอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อของ ส.ส.ฝั่งรัฐบาล เห็นได้ชัดว่าการนับคะแนนแบบขานชื่อส่วนใหญ่จะใช้ในกรณีที่มีความจำเป็น เช่นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่าย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายสำคัญ จะเห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลพยายามดึงและถ่วงเวลา และทำให้วันนี้ ที่รัฐบาลทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติล่มเป็นครั้งที่ 16 ขอให้ประชาชนจับตาว่า วันนี้ ส.ส.รัฐบาลเรียกว่ามุ้งแตก พูดกันเองยังไม่รู้เรื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า จากการตรวจสอบการแสดงตนเป็นองค์ประชุมสภาในวันที่ 4 ก.พ. ที่มี ส.ส.แสดงตนจำนวน 195 คน ทำให้ไม่ครบองค์ประชุมจำนวน 237 คน พบว่าพรรคเพื่อไทยแสดงตน 2 คนคือ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. ไม่แสดงตน 129 คน ส่วนพรรคก้าวไกล แสดงตน 43 คน ไม่แสดงตน 8 คน, พรรคเสรีรวมไทย แสดงตน 1 คน ได้แก่ น.ส.ธนภร โสมทองแดง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่แสดงตน 9 คน, พรรคประชาชาติ แสดงตน 1 คน คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่แสดงตน 6 คน, พรรคเพื่อชาติ ไม่แสดงตนทั้ง 6 คน

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ แสดงตน 54 คน ไม่แสดงตน 43 คน ส่วน ส.ส.ที่ย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 19 คน แสดงตนเพียง 1 คน คือนายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ที่เหลืออีก 18 คนไม่แสดงตน ด้านพรรคภูมิใจไทย แสดงตน 33 คน ไม่แสดงตน 25 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้กักตัวโควิด 7 คน สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ แสดงตน 35 คน ไม่แสดงตน 15 คน

พรรคชาติพัฒนา แสดงตนครบทั้ง 4 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา แสดงตน 6 คน ไม่แสดงตน 6 คน ด้านพรรคเศรษฐกิจใหม่ แสดงตน 4 คน ไม่แสดงตน 2 คน,  พรรคพลังท้องถิ่นไท แสดงตน 4 คน มีเพียง น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เท่านั้นที่ไม่แสดงตน ส่วนพรรครวมพลังประชาชาติไทย แสดงตน 3 คน ไม่แสดงตน 2 คนคือ นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ไม่แสดงตนทั้ง 2 คน สำหรับพรรคเล็กที่มี ส.ส.เพียงคนเดียวที่ไม่แสดงตน ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลังชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังปวงชนไทย พรรคเพื่อชาติไทย อย่างไรก็ตาม พรรคเล็กที่มี ส.ส.หนึ่งคน และแสดงตนคือพรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคไทรักธรรม และพรรคพลเมืองไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าส.ส.ฝ่ายค้านส่วนใหญ่อยู่ในห้องประชุม แต่ไม่ยอมแสดงตนเป็นองค์ประชุม รวมถึงนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ไม่แสดงตนทั้งที่นั่งอยู่ข้างนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ที่แสดงเป็นองค์ประชุม.

Adblock test (Why?)


อีแอบ!ทำ 'สภาอับปาง' - ไทยโพสต์
Read More

อีแอบ!ทำ'สภาอับปาง' - ไทยโพสต์

สัปปายะสภาสถานคลื่นลมแรง สภาล่มครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ เล่นการเมืองขึ้นสมอง ฝ่ายค้าน-รัฐบาลซัดกันนัวเนีย เปิดจำนวน ส.ส.แสดงตนในห้องประชุม แฉยับ! เพื่อไทยอยู่แค่ 2 คน ก้าวไกล 8 "อีแอบ" เพียบหลบหลังเก้าอี้ ส่วนพลังประชารัฐเละเทะ เซ็นชื่อเข้าประชุมเกือบร้อยแต่แสดงตัวแค่ครึ่ง ก๊วนธรรมนัส วางยา โผล่มาคนเดียว "บิ๊กตู่" ฮึ่ม! ถ้าล่มอยู่แบบนี้ก็ไปไม่ได้

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธาน ระหว่างพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาค้างมาจากการประชุมสภาสมัยประชุมครั้งที่ 1 หลังจากสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวางเสร็จสิ้นแล้ว เวลา 14.05 น. นายชวนประชุมได้กดออดเรียกสมาชิกเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติรับทราบรายงานดังกล่าว

แต่เนื่องจากมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตาอาจไม่ครบองค์ประชุมได้  นายชวนจึงพยายามรอ ใช้เวลานานกว่า 20 นาที แต่ดูเหมือนสมาชิกในห้องจะยังไม่ครบองค์ประชุม ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เสนอให้ประธานพักการประชุมเป็นเวลา 30 นาที เพื่อรอสมาชิก ด้านนายชวนอนุญาตให้พักเพียง 15 นาที แต่สุดท้ายไม่ได้พักการประชุม เนื่องจากนายชวน กังวลว่าสมาชิกจะลดลงจากเดิมไปอีก

จากนั้น นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อ แต่ขณะเดียวกันฝ่ายค้านขอให้นับองค์ประชุมแบบเสียบบัตรแสดงตน ซึ่งนายชวนได้วินิจฉัยให้แสดงตนตามที่นายวิรัชเสนอ แต่นายจุลพันธ์ลุกขึ้นประท้วงคัดค้านระบุว่า วันนี้พวกเรากำหนดจะประชุมถึงเวลาประมาณ 17.00 น. หากนับองค์ประชุมแบบตามที่นายวิรัชเสนอ จะทำให้เสียเวลา กว่าจะเสร็จก็เวลา 17.30 น. ไม่ต้องประชุมต่ออยู่ดี ดังนั้นถ้าเดิมเกมการเมืองเช่นนี้ฝ่ายค้านไม่ยุ่งด้วย และขออยู่นอกห้องประชุม

ขณะที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วง ระบุว่า นายชวนวันนี้ทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง ทำให้นายชวนสวนกลับว่าพูดอะไรจะต้องย้อนดูตัวเองด้วย และยืนยันว่าตนไม่ได้ลำเอียงในการทำหน้าที่ แต่นายพิเชษฐ์ตอบกลับว่า “ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ท่านก็ต้องดูตัวเองด้วย ท่านอย่ามาว่าผม อย่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น” แต่นายชวนระบุว่า ต้องดำเนินการไปตามข้อบังคับ ไม่เช่นนั้นจะถูกตำหนิ ทำให้นายพิเชษฐ์ระบุว่า สถานการณ์แบบนี้ท่านอยู่ได้อย่างไร ห้องประชุมเป็นแบบนี้อยู่ได้อย่างไร แต่ในที่สุดนายพิเชษฐ์ก็กล่าวขอโทษ

ต่อมา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ญัตติที่นายวิรัชเสนอน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีส.ส.รับรอง ดังนั้นการเสนอจึงไม่ชอบ ทำให้นายชวนกล่าวตอบว่า เมื่อนายศุภชัย ยืนยันว่าญัตติการเสนอนับไม่ถูกต้อง คำสั่งที่ตนได้สั่งไปก่อนหน้านี้ให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จากนั้นนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จึงได้ลุกขึ้นกล่าวว่า “ญัตติที่ผมได้เสนอให้ขอนับองค์ประชุมแบบเสียบบัตรยังอยู่ และถูกต้องทุกประการ เพราะมีสมาชิกรับรองกว่า  20 คน”

กระทั่งเวลา 14.45 น. นายชวนได้กดออดเชิญให้สมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเสียบบัตรแสดงตน และประกาศผลองค์ประชุม ปรากฏว่ามีสมาชิกเพียง 195 คน ไม่ถึง 237 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม และสั่งปิดการประชุมในเวลา 14.50 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมใช้เวลาในการยื้อเพื่อนับองค์ประชุมเกือบ 1 ชั่วโมง และสภาล่มครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2  ของเดือน ก.พ. และเป็นครั้งที่ 16 ในรัฐบาลชุดนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงเหตุสภาล่มบ่อยจะกระทบต่อการทำงานหรือไม่ โดยเฉพาะกฎหมายลูกที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา ว่าเรื่องนี้มันมีอยู่แล้วในโซเชียล ก็มีสามารถไปเปิดดูได้ว่ามีสมาชิกเข้าไปประชุมกี่คน ก็จะเห็นได้ว่ามีพรรคไหนเข้ามาบ้าง บางคนมาไม่ได้เพราะติดกักตัว แต่บางพรรคมาแล้วไม่ลงชื่อ แบบนี้มันเป็นวิธีทางการเมืองหรือเปล่าตนไม่รู้ แต่ตนไม่สามารถไปสั่งใครได้ เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับสมาชิกรัฐสภา ทุกคนก็ต้องร่วมมือและเข้าไปร่วมกันพิจารณา ถ้าล่มอยู่แบบนี้ก็ไปไม่ได้ จะบอกว่าเป็นความรับผิดชอบของนายกฯคนเดียวคงไม่ใช่ เป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล อะไรก็ตามหากร่วมมือกันทุกอย่างก็ไปได้หมด

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า ช่วงเช้า 4 ก.พ. พรรคพลังประชารัฐมาโหวต 84 คน ส่วนพรรคภูมิใจไทย ปกติมาโหวตจำนวนสูงมาก แต่ครั้งนี้ถูกกักตัวจาก 59 คน จึงมาโหวต 35 คน รวมทั้งหมดรัฐบาลมาโหวตช่วงเช้า 204 คน ขณะที่พรรคเพื่อไทยมาโหวตเพียง 6 คน ขณะที่พรรคก้าวไกลโหวต 31 คน รวมฝ่ายค้านทั้งหมด โหวตเพียง 40 คน นอกจากนี้ยังพบว่า การโหวตเดือน ธ.ค. ซึ่งมีจำนวนการโหวต 70 ครั้ง สิ่งที่สรุปได้คือมี ส.ส.จำนวน 7 คนที่ไม่เคยมาโหวตเลยทั้งเดือน และยังมีส.ส.จำนวน 50 คนมาโหวต 100% และทุกการโหวตของ ส.ส.ทุกคนจะมีการบันทึกไว้หมดในระบบโปรแกรมต่างๆ 

"ส.ส.ทุกคนได้รับเงินเดือนภาษีของประชาชน การปฏิบัติหน้าที่และมาประชุมสภาเพื่อที่จะโหวตเป็นหน้าที่สำคัญของ ส.ส. ถ้า ส.ส.คนใดบอกว่าไม่ต้องมาโหวต มาทำงานก็ได้ ผมคิดว่าตอบคำถามไม่ได้ เพราะท่านก็มีเงินเดือนและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี อยากให้สังคมติดตามด้วยว่าหลักคิดที่ว่าไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องมาโหวตทำได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ไม่เป็นไปตามประมวลจริยธรรมของสภาอยู่แล้ว"

 "ถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับนักเรียน เพราะต่อไปนักเรียนมาเซ็นชื่อตอนเช้าแล้วกลับบ้านไม่ต้องเรียนได้หรือไม่  ส.ส.ก็เหมือนกันมาเซ็นชื่อร่วมประชุมตอนเช้าแล้วอยู่หน้าห้องไม่มาโหวตมาทำงานเลย ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ผมพูดในนามเป็น ส.ส. ไม่ได้พูดในนามพรรคไหนทั้งนั้น แต่ถ้าท่านเห็นว่าท่านทำถูกก็ทำไป ผมมีหน้าที่เอาข้อมูลเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบว่า ส.ส.ท่านใดทำงานแบบใด" นายไพบูลย์กล่าว 

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังองค์ประชุมสภาล่มว่า ก่อนสภาล่มได้มีการเสนอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อของ ส.ส.ฝั่งรัฐบาล เห็นได้ชัดว่าการนับคะแนนแบบขานชื่อส่วนใหญ่จะใช้ในกรณีที่มีความจำเป็น เช่นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่าย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายสำคัญ จะเห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลพยายามดึงและถ่วงเวลา และทำให้วันนี้ ที่รัฐบาลทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติล่มเป็นครั้งที่ 16 ขอให้ประชาชนจับตาว่า วันนี้ ส.ส.รัฐบาลเรียกว่ามุ้งแตก พูดกันเองยังไม่รู้เรื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า จากการตรวจสอบการแสดงตนเป็นองค์ประชุมสภาในวันที่ 4 ก.พ. ที่มี ส.ส.แสดงตนจำนวน 195 คน ทำให้ไม่ครบองค์ประชุมจำนวน 237 คน พบว่าพรรคเพื่อไทยแสดงตน 2 คนคือ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. ไม่แสดงตน 129 คน ส่วนพรรคก้าวไกล แสดงตน 43 คน ไม่แสดงตน 8 คน, พรรคเสรีรวมไทย แสดงตน 1 คน ได้แก่ น.ส.ธนภร โสมทองแดง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่แสดงตน 9 คน, พรรคประชาชาติ แสดงตน 1 คน คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่แสดงตน 6 คน, พรรคเพื่อชาติ ไม่แสดงตนทั้ง 6 คน

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ แสดงตน 54 คน ไม่แสดงตน 43 คน ส่วน ส.ส.ที่ย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 19 คน แสดงตนเพียง 1 คน คือนายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ที่เหลืออีก 18 คนไม่แสดงตน ด้านพรรคภูมิใจไทย แสดงตน 33 คน ไม่แสดงตน 25 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้กักตัวโควิด 7 คน สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ แสดงตน 35 คน ไม่แสดงตน 15 คน

พรรคชาติพัฒนา แสดงตนครบทั้ง 4 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา แสดงตน 6 คน ไม่แสดงตน 6 คน ด้านพรรคเศรษฐกิจใหม่ แสดงตน 4 คน ไม่แสดงตน 2 คน,  พรรคพลังท้องถิ่นไท แสดงตน 4 คน มีเพียง น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เท่านั้นที่ไม่แสดงตน ส่วนพรรครวมพลังประชาชาติไทย แสดงตน 3 คน ไม่แสดงตน 2 คนคือ นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ไม่แสดงตนทั้ง 2 คน สำหรับพรรคเล็กที่มี ส.ส.เพียงคนเดียวที่ไม่แสดงตน ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลังชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังปวงชนไทย พรรคเพื่อชาติไทย อย่างไรก็ตาม พรรคเล็กที่มี ส.ส.หนึ่งคน และแสดงตนคือพรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคไทรักธรรม และพรรคพลเมืองไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าส.ส.ฝ่ายค้านส่วนใหญ่อยู่ในห้องประชุม แต่ไม่ยอมแสดงตนเป็นองค์ประชุม รวมถึงนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ไม่แสดงตนทั้งที่นั่งอยู่ข้างนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ที่แสดงเป็นองค์ประชุม.

Adblock test (Why?)


อีแอบ!ทำ'สภาอับปาง' - ไทยโพสต์
Read More

"ประยุทธ์" ปัดเป็น "นายกฯ"ตลอดชาติ ถามถ้าอยาก "เลือกตั้ง" ทำกฎหมายลูกให้เสร็จ - กรุงเทพธุรกิจ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า วันนี้เรื่องใดก็ตามที่ไม่สมควร ความขัดแย้งทำแตกแยกสามัคคีขอให้ลดๆ ลงมาหน่อย เพื่อให้รัฐบาลและนายกฯ มีสมาธิทำงานเพื่อสานต่อ ส่วนที่ถามว่ามีหลายอย่างที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้างนั้น หลายอาจคนลืมไปในเรื่องปฏิรูปเชิงโครงสร้างกลไก วิธีการทำงานและหลักคิดใหม่ๆ เป็นสิ่งที่นายกฯ นำมาขับเคลื่อน อย่างไรก็ตาม เราคือคนไทย ไม่ว่าอยู่บทบาทไหนก็ตามทุกคนต้องมุ่งให้ประเทศชาติ และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด วันนี้การเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน หากมัวแต่ว่ากันไปมาไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ดังนั้นอะไรที่จะช่วยได้เป็นความเข้าใจตรงกันหรือเตือนกันก็จะแก้ได้หมด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันอะไรมีปัญหาให้แจ้งมามีหลายช่องทางให้ร้องเรียนนายกฯ หาวิธีการสั่งการกำกับดูแลทุกเรื่องทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง หรือปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ได้เตรียมความพร้อม 4-5 ปีที่แล้ว วันนี้เราคงหนักกว่านี้ รวมทั้งวันนี้ต้องดูเรื่องงบประมาณอะไรต่างๆ นั่นคือ เรื่องที่เป็นความเป็นความตายของประเทศและประชาชนจึงอย่าทำลายโอกาส ด้อยค่าการทำงาน ตนว่าใครไม่ได้อยู่แล้ว แต่ห้ามความคิดใครไม่ได้และยินดีจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตราบใดที่ต้องทำอยู่

ทั้งนี้ ก่อนหมดวาระมีอะไรที่นายกฯ ต้องเร่งแก้ให้เสร็จหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คำว่าเร่งและเสร็จ การจะเสร็จต้องมีการวางแผนดำเนินการเป็นขั้นตอน อะไรเป็นความเร่งด่วน กลุ่มไหนมาก่อนมาหลัง ซึ่งคนเดือดร้อนที่สุดต้องได้รับการดูแลมากที่สุด วันนี้มีทั้งคนล้มแล้ว คนกำลังจะล้ม ทำอย่างไรต้องพยุงให้ได้ก่อน จึงมีมาตรการของรัฐออกมาเยอะแยะมากมาย และใช้เงินจำนวนมาก ไม่ใช่การหาเสียง แต่เป็นการทำเพื่อประชาชนจำเป็นก็ต้องทำ ไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ต้องทำแบบนี้ ทำด้วยความสุจริตใจปัญหาเกิดก็ต้องแก้ปล่อยหมักหมมไม่ได้อีกแล้วในหลายๆ เรื่อง นายกฯ ไม่เคยหยุดแก้ และจะทยอยออกมาเรื่อยๆ หากผลีผลามมากกระทบหมด และขออย่างเดียว วันนี้ความรัก ความสามัคคีในประชาชน ถ้าเราไม่ร่วมกันมันก็แก้อะไรไม่ได้ทั้งหมด และเราคือคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เราไม่ใช่ศัตรูกัน ตนคิดแบบนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงข้อสังเกตเรื่องความปรองดองที่หลายฝ่ายมองว่า ยังไม่ถึงไหนว่า จะไม่ถึงไหนได้อย่างไร สถานการณ์วันก่อนที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น มีการเคลื่อนไหวใช้อาวุธและตีกันมันเกิดขึ้นหรือไม่ ในขณะที่ตนอยู่ ซึ่งไม่มี แต่มีการประท้วงร้องเรียนอะไรต่างๆ จัดคณะทำงาน และนำเข้าสู่ระบบในการแก้ปัญหา ดังนั้น จะบอกว่าไม่เกิดอะไรได้อย่างไร วันนี้ควรร่วมมือกันแก้ปัญหากันได้อย่างไร ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย 

"ผมไม่ต้องการให้คนไทยแบ่งเป็นฝ่ายใดทั้งสิ้น จะรักผมหรือไม่รักผม ชอบผมหรือไม่ชอบผมสิ่งเหล่านี้คือ อันตรายที่สุด ท้ายที่สุดถ้าท่านไม่รักผม ก็รักประเทศชาติของท่าน รักคนไทยเพื่อนพี่น้องร่วมชาติของท่าน นั่นคือ สิ่งที่ทุกคนต้องคิดแบบที่ผมคิดนี่ ผมคิดมาแบบนี้ถึงอยู่ได้วันนี้ ก็เพราะผมมีเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นตรงนี้ของผม หลายคนก็เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของผม ผมก็ขอบคุณ และคิดว่าผมยังมีแรงที่จะทำตรงนี้ได้อยู่ บนพื้นฐานของความสงบเรียบร้อย ความมีเสถียรภาพของบ้านเมือง และการปฏิบัติตามกฎหมาย มีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน ไม่มีการทุจริตไม่มีการเรียกผลประโยชน์ ผมยืนยันตรงนี้ว่า ผมทำเต็มที่ในทุกเรื่อง" นายกฯ กล่าว

นายกฯ ยังได้กล่าวถึงกรณี สภาล่มบ่อยครั้งว่า ในโซเชียลมีเดียก็เปิดดูว่ามีสมาชิกเข้าไปประชุมกี่คน และบางคนก็มาไม่ได้ แต่บางพรรคมาแล้วไม่ลงชื่อแบบนี้เป็นวิธีทางการเมืองหรือไม่ตนไม่รู้ ส่วนจะกระทบกฎหมายหรือไม่ ก็อยากให้เสร็จให้เร็วตามกำหนดการที่กำหนดไว้แล้วแต่จะไปสั่งได้หรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับบรรดา ส.ส. สภาทั้ง 2 สภาฯ ดังนั้น ทุกคนก็ต้องร่วมมือในการนำปัญหา และนำกฎหมายต่างๆ เข้าสู่การพิจารณา ถ้าล่มอยู่แบบนี้ก็ไปไม่ได้ จะบอกเป็นความรับผิดชอบของนายกฯ คนเดียวมันก็ไม่ใช่ เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ว่าจะฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ทุกอย่างถ้าร่วมมือกันไปได้หมด 

"ทุกคนอยากเลือกตั้งไหมล่ะ ถ้าอยากเลือกตั้งกฎหมายลูกก็ต้องทำให้เสร็จ การทำให้เสร็จ ก็ต้องมีการประชุมสภา สภาก็ต้องไม่ล่ม กฎหมายของรัฐบาลที่ออกไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน ก็ต้องผ่านให้ได้ ถ้าทุกอย่างรวนไปทั้งหมด ก็แก้อะไรไม่ได้ กลับไปที่เดิมหมดไปสู่ความวุ่นวายมหาศาลเกิดขึ้นมันมีบทเรียนมาแล้วทุกเรื่องเหมือนสึนามิ" นายกฯ กล่าว

ส่วนโอกาสที่นายกฯ ไปเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ตอบอะไรทั้งนั้น มีปัญหาอะไรหรือ 

เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ ไม่ได้ปฏิเสธหรือปิดช่องใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อะไรที่ไม่จำเป็นก็ยังไม่ต้องพูด เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจของผมเอง

เมื่อถามว่า จะตัดสินใจร่วมกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ถาม ไม่รู้จะตอบอย่างไร คุณก็ไปคุยสิ"

"บ้านเมืองต้องการความสงบสุข ความรักและความสามัคคี ไม่จำเป็น และไม่ใช่ว่าผมต้องสงวนเป็นนายกฯ ตลอดชาติตลอดชีวิตผมเสียเมื่อไหร่ ผมก็ทำเท่าที่ผมทำได้นั่นแหละ ไม่ต้องมากังวลว่าผมอยากจะมีอำนาจต่อไป ผมมีอำนาจเพื่ออะไรเพื่อผลประโยชน์หรือ ผมยืนยัน ไม่เคยมีผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้นอยู่มา 7-8 ปี" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวถึงความรู้สึกเบื่อการเมืองวันนี้หรือไม่ ว่า อย่าถามว่าเบื่อหรือไม่เบื่อ ตนเบื่อประเทศไทยไม่ได้ เบื่อกับปัญหาไม่ได้ เพราะต้องแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะมาอย่างไร สู้ทุกดอก สู้กับปัญหาไม่ใช่สู้กับคน และตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น ต่างคนต่างมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบหากทุกอย่างดึงมาสู่การเมืองทั้งหมดอะไรจะเกิดขึ้น บ้านเมืองประเทศชาติจะดีขึ้นหรือไม่ ขอให้ย้อนคิดกลับไปจะรู้ว่าเป็นอย่างไร

ขณะที่การดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องของกฎหมาย ตนเองก็จะอยู่เท่าที่กฎหมายให้อยู่ อยู่ได้ถึงเมื่อไหร่ก็แค่นั้น กฎหมายมีกำหนดไว้อยู่แล้ว ตนเองไม่สามารถพิจารณาเองได้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า นายกฯ ตั้งใจที่จะลุยต่อในสมัยหน้า เป็นนายกฯ 3 สมัย เพื่อทำงานทางการเมืองต่อหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์วันหน้า อย่าเพิ่งถามดักหน้า วันนี้ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น ก็อยู่ไปตามหน้าที่ ที่มีอยู่ไปก่อน วันหน้าก็คือ เรื่องของวันหน้า อย่าถามให้นายกฯ ต้องมาตอบ แล้วเอาคำพูดวันนี้แบบนี้ ทำให้วันต่อไปพูดแบบอื่นไม่ได้อีกแล้ว ผมไม่ตอบคุณอีกแล้ว คำถามที่ไม่มีวันจบ เหมือนเพลงที่แต่งแล้วไม่มีวันจบ ถามวนอยู่นั่น พูดกลับไปกลับมา แต่นายกฯ ยังจำได้อยู่ สมองยังดี จึงจำได้ว่าถามมา 50 ครั้งแล้ว ก็ตอบเหมือนเดิม

พิสูจน์อักษร  โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์

Adblock test (Why?)


"ประยุทธ์" ปัดเป็น "นายกฯ"ตลอดชาติ ถามถ้าอยาก "เลือกตั้ง" ทำกฎหมายลูกให้เสร็จ - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

Thursday, February 3, 2022

เต้ กันตนา เรื่องทำสวยสู้สุดใจ เผยอาจป่วยเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิส - ข่าวสด - ข่าวสด

เต้ กันตนา เรื่องทำสวยสู้สุดใจ เผยอาจป่วยเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิส

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เต้ กันตนา เรื่องทำสวยสู้สุดใจ / เรื่องความสวยสู้สุดใจไม่มียอม โดยล่าสุด เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้จัดรายการ Face2Face Thailand จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว หนึ่งในเซเลบริตี้คนพิเศษที่จะมาเผยความลับด้านความงาม ที่ไอคอนสยาม
เต้ กันตนา เรื่องทำสวยสู้สุดใจ

ซึ่งหลังจากเสร็จงาน เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกครั้งถึงเรื่องศัลยกรรมทั้งตัว มูลค่า 100 ล้านบาท ที่เป็นข่าวฮือฮาไปก่อนหน้า พร้อมเผยตัวตนเข้าขั้นป่วยเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิส

ศัลยกรรม 100 ล้าน จริงใช่ไหม? “(หัวเราะ) ก็รวมๆ ก็เป็นไปได้ คือต้องบอกว่าศัลยกรรมแปลว่าอะไรก่อน แปลว่าดูแลตัวเองน่ะใช่ ตั้งแต่เด็กแล้ว เราเป็นคนดูแลตัวเองเยอะ ประกอบกับตัวเองโตมาในวงการบันเทิง เพราะฉะนั้นใกล้ชิดกับแพทย์ ใกล้ชิดกับดารา แล้วก็ชอบดูแลตัวเอง ชอบรักสวยรักงามอยู่แล้ว กดสิวเราก็คิดนะ (หัวเราะ) ให้วิตามิน ทรีตเม้นต์หน้า จริงๆ ที่พูดไปก็ไม่ได้เว่อร์ไปหรอก ก็หลายตังค์อยู่ อายุก็ 42 แล้ว มันก็เป็นไปได้”
เต้ กันตนา เรื่องทำสวยสู้สุดใจ

ตั้งแต่ข่าวออกไปมีฟีดแบ็กยังไงบ้าง? “ฟีดแบ็กเยอะมาก ก็มาบอกน่ารักดี ที่อึกอักก็ยังอึกอักอยู่ (พูดอึกอัก) ก็มีบอกกดสิวกดสิวก็คิดนะ แต่ก็ไม่ได้อ่านเยอะ บางคนก็บอกว่าใช้ตังค์เยอะ บางคอมเมนต์ก็บอกว่าใช้ตังค์เยอะมีประโยชน์หรือเปล่า เราก็พยายามตอบไปว่าไม่ได้ใช้ด้านเดียว เราใช้ด้านอื่นด้วย แต่ว่าเรื่องความสวยก็ต้องมาก่อนนะจ๊ะ เรื่องความสวยนี่ยอมกันไม่ได้นะจ๊ะ สวยอยู่ไม่ได้แปลว่าสวยแล้ว (หัวเราะ)”

2 อาทิตย์ ที่เราไม่ได้เจอกัน ได้ไปทำอะไรเพิ่มไหม? “ไปทำมาหลายอย่างมาก (หัวเราะ) เพราะรู้ว่าวันนี้ต้องมาเจอ ก็ต้องสวยให้คนดูๆ แล้วชื่นตาชื่นใจ จริงๆ แล้วการที่เราดูแลตัวเอง ไปเติมวิตามิน กินยาวิตามินเพิ่ม หรือนอนทำทรีตเม้นต์ ทั้งหน้า ทั้งผม หรือจิ้มนิดหน่อยมันเป็นการดี ที่จะช่วยพี่ๆ ช่างแต่งหน้าทำผมด้วย เขาทำงานง่ายขึ้นกับเรา กล้องตัดไปอะไรก็ง่ายขึ้นด้วย”

เต้ กันตนา เรื่องทำสวยสู้สุดใจ

“อันนี้ไม่ได้พูดเพื่อที่จะตัวเองดูดีนะ แต่ว่ามันเป็นความจริง เพราะว่าเวลาปล่อยให้ต้วเองเยิน มันเห็นมาในกล้อง เดี๋ยวนี้กล้องหลอกไม่ได้เลยแม้กระทั่งกล้องมือถือ
เดี๋ยวนี้เป็นกล้องความละเอียดสูงหมดแล้ว ยิ่งซูมเข้าใกล้ก็ยิ่งเห็นรูขุมขนเลย เราก็เป็นโรคเป๊ะ เป็นโรคจิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาจจะเป็นโรคประจำตัวอีกชนิดหนึ่ง คือโรคอยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด ก็จริงแหละ ก็ทำไมหล่ะ ใครจะยอมไม่สวย ก็ต้องสู้กันหน่อยแหละ เสียเงินเท่าไหร่ก็ยอม อย่ามาเหยียดหยามนะ เรื่องความสวยไม่ยอมใครเด็ดขาดเลย”

ติดความเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสใช่ไหม? “ใช่ๆ ติดความเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิส ติดมาทุกเรื่อง ในเรื่องการทำงานด้วย ก็จะเห็นว่ารายการที่ทำ เสื้อผ้าหน้าผม มันจะออกมาในรูปแบบอย่างที่ได้เห็นทั้งสีทั้งเสียงต้องเข้าห้องแล็บ แต่เผอิญที่กันตนามีเองด้วย ก็เลยราคาพอทำได้ แต่หลังๆ ทุกคนก็เริ่มทำกันแล้ว ทุกคนก็เลยดีกันหมด ก็เลยถ่ายทอดออกมาทั้งงานที่ทำและชีวิตส่วนตัวด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่มีแฟนนะ”

“ยังไม่มีแฟนเลย ไม่ใช่เราเรื่องเยอะ แต่ว่าคงดูยากไปมั้ง เลือกเยอะ ก็อาจจะเป็นทั้งสองอย่างมั้ง แต่ไม่หรอกคือจริงๆ แล้วที่ผ่านมา ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องความรักเป็นเพราะว่าทำงานเยอะ มันก็เคยเกือบแล้วหล่ะ แต่ว่า ตอนนี้ก็เปิดโอกาสให้แล้วนะ จะให้คนได้รักเต็มที่ จะได้ครบสักที เพราะว่าตอนนี้รักตัวเองมากขึ้นแล้วและก็รู้จักรักคนอื่นมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกับ 100 ล้านก็อาจจะเบาๆ หน่อย (หัวเราะ) ก็อาจจะทุ่มเทให้กับตัวเอง ให้กับคนรอบตัวเองมากขึ้น ก็รู้ว่าอะไรมีค่า อะไรควรให้ค่ากับผู้อื่น”
เต้ กันตนา เรื่องทำสวยสู้สุดใจ

มีสเป๊กไหม? “แค่คุยกันรู้เรื่องก็พอแล้วไหม บางทีเรามาจากคนละครอบครัว เคยคบกับคนนอกวงการก็มี คนในวงการก็มีบางทีก็ไม่รอดนะ ในวงการเองก็ไม่รอด เหมือนจะรู้เรื่องแต่ก็ไม่รู้เรื่อง บางทีนอกวงการมาไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็เจ๊ง แต่มันอยู่ที่เราแหละว่าให้คุณค่ากับเรื่องอื่นเยอะเกินไป จนเราไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ มันแต่ไป 100 ล้านอยู่นี่แหละ”

เซ็กซี่จนไอจีปลิว? “ก็ได้เห็นรูปไหม ก็ฝากด้วย เพราะทำเต็มที่ ทำงานจริงๆ ทำกันเป็นวัน เป็นเดือน ทำงานกว่าจะได้หุ่นนี้มาตั้ง 5 ปี แล้วให้พี่นัฐที่เป็นยอดฝีมือในการถ่ายทำ เราเองก็ยืนถ่ายอย่างไม่อายเลย ก็คิดว่าเป็นงานที่เราทุ่มเทอย่างเต็มที่ เราก็อยากออกมาให้เต็มที่ เราก็ภูมิใจนำเสนอมากกว่า 100 ล้านอีก”

จะลงอีกไหม? “ลงอีก ก็กลัวว่าเขาจะปิดแอ๊กเคาต์เราไปเลย คิดว่าในช่องทางอื่น แอ๊กเคาต์อื่นยังมีให้ดูอยู่ ก็ต้องตามดูเอาเอง เพราะรู้สึกว่าเขายังไม่ได้ลบ อันออริจินอลเขาลบไปแล้ว คาดว่าคงมีคนไปรีพอร์ตมากกว่า ก็อยู่ตั้งนานนะ พอตื่นเช้ามามันก็หายไปแล้ว แล้วมันขึ้นว่ามีคนไปร้องเรียนมากกว่า”

บอกคนร้องเรียนหน่อย อย่าร้องเรียนเลย เราตั้งใจมาก?
“ไม่เป็นไร ก็อุตส่าห์ไปร้องเรียน แสดงว่าคุณก็คงเห็นว่าเราหุ่นดีจริงๆ เราก็ให้อภัย แล้วก็จะไม่ทำอีกก็แล้วกัน แต่คุณไม่มีทางเก็บรูปเราได้หมดหรอก เพราะรูปเราออกมาหมดแล้ว ก็ให้ติดตามผลงานเราอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน”

Adblock test (Why?)


เต้ กันตนา เรื่องทำสวยสู้สุดใจ เผยอาจป่วยเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิส - ข่าวสด - ข่าวสด
Read More

กรมป่าไม้เร่งแก้ปัญหาที่ดินทำกินในป่าสงวน - ผู้จัดการออนไลน์



นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยการนำนโยบายรัฐบาลในเรื่องของการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2541 ในการนำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ได้รับการสำรวจรังวัดแปลงที่ดิน ภายใต้แนวทางแก้ปัญหาที่ดินทำกินในรูปแบบ คทช. ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธาน โดยในการดำเนินการตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินั้น กรมป่าไม้ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายและกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ทุกประเภท และได้ประสบผลสำเร็จ เช่นผลดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

ในวันนี้ (3 ก.พ. 65) นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมกับ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ผู้แทนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายนรินทร์ ประทวนชัย ผอ.สำนักจัดการที่ดินป่าไม้ นายนิทัศน์ เวชวินิจ ผอ. สจป. 10 (ราชบุรี) และนายอำเภอด่านช้าง ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน พร้อมมอบแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนรับฟังปัญหาอุปสรรค และแสดงความห่วงใยแก่เกษตรกร โดยมีเกษตรกรในพื้นที่กว่า 100 คนที่มาร่วมรับฟังแนวทางการจัดที่ดินทำกินชุมชน การแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยขมิ้น-ป่าพุน้ำร้อน-ป่าหนองหญ้าไทร จังหวัดสุพรรณบุรี

“พื้นที่สุพรรณบุรี กรมป่าไม้ได้ดำเนินการภายใต้แนวทางการแก้ปัญหาที่ดินทำกินในรูปแบบ คทช. รวมเป้าหมายทั้งหมด 53,004 ไร่ ได้ดำเนินการอนุญาตแล้ว 1,576 ไร่ และอยู่ระหว่างอนุญาต 51,428 ไร่ ซึ่งความคืบหน้าจนถึงขณะนี้ได้ผ่าน คกก. พิจารณาการใช้ประโยชน์แล้ว โดยมีต้นแบบความสำเร็จ เช่น ที่อำเภอด่านช้าง ประกอบด้วย คทช. ท้องที่ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง เป้าหมายรวมเนื้อที่ 8,872 ไร่ และได้อนุญาตแล้ว 673 ไร่ และอยู่ระหว่างอนุญาต 8,199 ไร่ ซึ่งผ่าน คกก. พิจารณาการใช้ประโยชน์แล้ว และ คทช. ท้องที่บ้านกกตาด ตำบลห้วยขมิ้น เป้าหมายรวมเนื้อที่ 1,002 ไร่ และได้อนุญาตแล้ว 267 ไร่ และอยู่ระหว่างอนุญาต 735 ไร่ ซึ่งผ่าน คกก.พิจารณาการใช้ประโยชน์แล้ว”

อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวต่อไปว่า ในพื้นที่ที่ได้รับหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ได้ดำเนินการจัดคนลงในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว กรมป่าไม้มีแนวทางส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีรายได้จากการปลูกไม้เศรษฐกิจ และส่งเสริมให้คนอยู่กับป่าในลักษณะของโครงการป่าชุมชน เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชนกับหน่วยงานภาครัฐในการดูแล รักษา ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ส่งผลให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายวิทยา อุดมพงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านกกตาด กล่าวว่า จากที่กรมป่าไม้ได้เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินในรูปแบบ คทช. ได้ส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ซึ่งแตกต่างจากแต่ก่อนที่ชาวบ้านในพื้นที่ป่าไม้มีความกังวลว่าวันใดวันหนึ่งจะโดนเจ้าหน้าที่ป่าไม้มารบกวนหรือเปล่า แต่พอได้พื้นที่ คทช. ชาวบ้านก็ดีใจ สามารถนำพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรมาใช้ทำการเกษตร ทำให้เกิดความสบายใจมากขึ้น และมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ

“ต้องขอขอบคุณรัฐบาลและกรมป่าไม้ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ จากทุกภาคส่วน ที่มองเห็นหมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านนำร่องให้เป็นหมู่บ้าน คทช. ชาวบ้านขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความกรุณาแก่หมู่บ้านของเรา ซึ่งขณะนี้ได้เกิดการพัฒนาในหลายด้าน เช่น การรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ที่ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว และได้รับการพัฒนาด้านอาชีพจนเกิดรายได้ เช่น จากการเลี้ยงไก่ เพาะเห็ด และการปลูกพืชเศรษฐกิจต่างๆ” นายวิทยากล่าว

Adblock test (Why?)


กรมป่าไม้เร่งแก้ปัญหาที่ดินทำกินในป่าสงวน - ผู้จัดการออนไลน์
Read More

“กรมป่าไม้” เดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกินในป่าสงวนฯ - กรุงเทพธุรกิจ

“กรมป่าไม้” เดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกินในป่าสงวนฯ ชูธง “คทช.” ตามนโยบายรัฐบาล เป้าหมายทั้งหมด 53,004 ไร่ ได้ดำเนินการอนุญาตแล้ว 1,576 ไร่ และอยู่ระหว่างอนุญาต 51,428 ไร่

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้  เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยการนำนโยบายรัฐบาลในเรื่องของการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2541 ในการนำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ได้รับการสำรวจรังวัดแปลงที่ดิน ภายใต้แนวทางแก้ปัญหาที่ดินทำกินในรูปแบบ คทช. ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธาน โดยในการดำเนินการตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินั้น กรมป่าไม้ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายและกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ทุกประเภท และได้ประสบผลสำเร็จ เช่นผลดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

“กรมป่าไม้” เดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกินในป่าสงวนฯ

โดยในวันนี้ (3 ก.พ. 65) นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมกับ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ผู้แทนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายนรินทร์ ประทวนชัย  ผอ.สำนักจัดการที่ดินป่าไม้ นายนิทัศน์ เวชวินิจ ผอ. สจป. 10 (ราชบุรี) และนายอำเภอด่านช้าง ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน พร้อมมอบแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนรับฟังปัญหาอุปสรรค และแสดงความห่วงใยแก่เกษตรกร โดยมีเกษตรกรในพื้นที่กว่า 100 คน ที่มาร่วมรับฟังแนวทางการจัดที่ดินทำกินชุมชน การแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยขมิ้น-ป่าพุน้ำร้อน-ป่าหนองหญ้าไทร จังหวัดสุพรรณบุรี

“ สำหรับพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี กรมป่าไม้ได้ดำเนินการภายใต้แนวทางการแก้ปัญหาที่ดินทำกินในรูปแบบ คทช. รวมเป้าหมายทั้งหมด 53,004 ไร่ ได้ดำเนินการอนุญาตแล้ว 1,576 ไร่ และอยู่ระหว่างอนุญาต 51,428 ไร่ ซึ่งความคืบหน้าจนถึงขณะนี้ ได้ผ่าน คกก. พิจารณาการใช้ประโยชน์แล้ว โดยมีต้นแบบความสำเร็จ เช่น ที่อำเภอด่านช้าง ประกอบด้วย คทช. ท้องที่ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง เป้าหมายรวมเนื้อที่ 8,872 ไร่ และได้อนุญาตแล้ว 673 ไร่  และอยู่ระหว่างอนุญาต 8,199 ไร่  ซึ่งผ่าน คกก. พิจารณาการใช้ประโยชน์แล้ว และ คทช. ท้องที่บ้านกกตาด ตำบลห้วยขมิ้น  เป้าหมายรวมเนื้อที่ 1,002 ไร่ และได้อนุญาตแล้ว 267 ไร่ และอยู่ระหว่างอนุญาต 735 ไร่ ซึ่งผ่าน คกก. พิจารณาการใช้ประโยชน์แล้ว”

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อไปว่า ในพื้นที่ที่ได้รับหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ได้ดำเนินการจัดคนลงในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว กรมป่าไม้มีแนวทางส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีรายได้จากการปลูกไม้เศรษฐกิจ และส่งเสริมให้คนอยู่กับป่าในลักษณะของโครงการป่าชุมชน เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชนและหน่วยงานภาครัฐในการดูแล รักษา ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ส่งผลให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

“กรมป่าไม้” เดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกินในป่าสงวนฯ

ทางด้าน นายวิทยา อุดมพงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านกกตาด กล่าวว่า จากที่กรมป่าไม้ได้เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินในรูปแบบ คทช. ได้ส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ซึ่งแตกต่างจากแต่ก่อนที่ชาวบ้านในพื้นที่ป่าไม้มีความกังวลว่าวันใดวันนึงจะโดนเจ้าหน้าที่ป่าไม้มารบกวนหรือเปล่า แต่พอได้พื้นที่ คทช. ชาวบ้านก็ดีใจ สามารถนำพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรมาใช้ทำการเกษตร ทำให้เกิดความสบายใจมากขึ้น และมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ 

“ต้องขอขอบคุณรัฐบาลและกรมป่าไม้ รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ จากทุกภาคส่วน ที่มองเห็นหมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านนำร่องให้เป็นหมู่บ้าน คทช. ชาวบ้านขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความกรุณากับหมู่บ้านของเรา ซึ่งขณะนี้ได้เกิดการพัฒนาในหลายด้าน เช่น การรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ที่ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว และได้รับการพัฒนาด้านอาชีพจนเกิดรายได้ เช่น จากการเลี้ยงไก่ เพาะเห็ด และการปลูกพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ” นายวิทยา กล่าว

Adblock test (Why?)


“กรมป่าไม้” เดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกินในป่าสงวนฯ - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

คนละครึ่ง ใช้จ่ายพุ่ง 3.7 พันล้าน คลังเตือนร้านทำผิดถูกตัดสิทธิ - ประชาชาติธุรกิจ

[unable to retrieve full-text content]

คนละครึ่ง ใช้จ่ายพุ่ง 3.7 พันล้าน คลังเตือนร้านทำผิดถูกตัดสิทธิ  ประชาชาติธุรกิจ
คนละครึ่ง ใช้จ่ายพุ่ง 3.7 พันล้าน คลังเตือนร้านทำผิดถูกตัดสิทธิ - ประชาชาติธุรกิจ
Read More

พระครู เชิญวิญญาณ เมียฝรั่ง เผยต้องทำพิธี 3รอบ ตร.เจอเรื่องแปลก - ข่าวสด - ข่าวสด

พระครู ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ เมียฝรั่ง ถูกฆ่าทิ้งไร่ข้าวโพด เผยสิ่งผิดปกติ ต้องทำพิธีถึง 3 รอบ ด้าน พนักงานสอบสวน เล่าเรื่องแปลก ก่อนวันผู้ต้อ...