Rechercher dans ce blog

Saturday, July 31, 2021

วิธีทำข้าวคลุกกะปิ สูตรอร่อยเด็ด อิ่มอร่อยแบบง่ายๆ - ไทยรัฐ

ข้าวคลุกกะปิ ถือเป็นเมนูอาหารจานเดียวที่คนไทยนิยมรับประทาน เนื่องจากให้สารอาหารครบถ้วน และใช้วัตถุดิบที่หาซื้อได้ง่ายในท้องตลาด จุดเด่นของข้าวคลุกกะปิอยู่ที่เครื่องเคียงที่หลากหลาย ทั้งผักและเนื้อสัตว์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรสชาติกลมกล่อมได้ดียิ่งขึ้น

ขั้นตอนวิธีทํา "ข้าวคลุกกะปิ" ใส่หมูหวาน สูตรอร่อยเด็ด

ข้าวคลุกกะปิมีหลายสูตรด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวคลุกกะปิชาววัง หรือสูตรโบราณ ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบหลักเหมือนกันคือ ข้าวสวยและกะปิ ตามมาด้วยเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ โดยสามารถเพิ่มสัดส่วนเครื่องเคียงได้ตามความชอบ สำหรับเมนูที่คนไทยคุ้นเคยกันมากที่สุด ต้องยกให้ "ข้าวคลุกกะปิหมูหวาน" ซึ่งมีขั้นตอนวิธีทำดังนี้

ส่วนผสมสำหรับทำข้าวคลุกกะปิ

  • ข้าวสวย
  • กะปิหวาน
  • น้ำพริกเผา
  • น้ำตาลทราย
  • หัวหอมสับ
  • กระเทียมสับ
  • น้ำมัน

เครื่องเคียงสำหรับทำข้าวคลุกกะปิ

  • หมูหวาน, กุ้งหวาน, กุนเชียง
  • ไข่เจียวซอย
  • มะม่วงซอย
  • หอมแดงซอย
  • พริกขี้หนูซอย
  • ถั่วฝักยาว, ถั่วพู หรือผักตามชอบ

วิธีทำหมูหวานสำหรับทำข้าวคลุกกะปิ

1. หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นบางๆ พอดีคำ (แนะนำหมูสันใน เพราะไม่มีพังผืด)

2. เจียวหอมแดงซอยในกระทะให้พอมีกลิ่นหอม หลังจากนั้นใส่เนื้อหมูลงไปผัดจนสุก

3. ใส่ซีอิ๊วดำลงเพื่อให้มีสีสันน่ารับประทาน 

4. ใส่น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาวเพื่อปรุงรสชาติตามชอบ (เคล็ดลับ : ใส่สับปะรดหั่นชิ้นเล็กๆ ลงไปเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มความหวานและความนุ่มให้เนื้อหมู)

5. ผัดต่อไปเรื่อยๆ จนน้ำแห้งขลุกขลิก เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

วิธีทำข้าวคลุกกะปิแบบง่ายๆ

1. นำหัวหอมและกระเทียมสับ มาเจียวในน้ำมัน ตั้งไฟอ่อน เจียวไปเรื่อยๆ จนเริ่มมีสีเหลือง

2. ตักกะปิหวานลงไป ผัดรวมกับหัวหอมและกระเทียมสับจนมีกลิ่นหอม

3. ใส่น้ำพริกเผา เพื่อเพิ่มรสชาติกลมกล่อม ผัดคลุกเคล้าจนเข้ากัน

4. ใส่น้ำตาลทรายเพื่อปรุงรสชาติ

5. นำข้าวสวยใส่ลงในกระทะ ผัดให้เครื่องปรุงต่างๆ ผสมเข้ากัน

6. ตักข้าวใส่จาน นำหมูหวานที่เตรียมไว้มาวางบนจาน พร้อมกับเครื่องเคียงอื่นๆ 

9. ยกเสิร์ฟพร้อมรับประทานได้เลย

หมายเหตุ : เคล็ดลับความอร่อยของข้าวคลุกกะปิอยู่ที่กะปิหวาน ที่ไม่มีกลิ่นฉุน และเครื่องเคียงที่ครบครัน ซึ่งจะช่วยเสริมรสชาติให้อร่อยกลมกล่อม อีกทั้งช่วยตกแต่งหน้าตาของเมนูข้าวคลุกกะปิให้น่ากินยิ่งขึ้น 

ข้าวคลุกกะปิ กี่แคล กินแล้วอ้วนไหม?

ข้าวคลุกกะปิ 1 จาน มีปริมาณอยู่ที่ 400-600 กิโลแคลอรี ซึ่งปริมาณที่ร่างกายต้องการ ผู้ชายอยู่ที่ 1,800-2,500 กิโลแคลอรี ส่วนผู้หญิงอยู่ที่ 1,500-2,000 กิโลแคลอรี หากใครชอบกินเมนูนี้บ่อยๆ ก็ควรกินในปริมาณที่พอดี และอย่าลืมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอยู่เสมอ

ข้าวคลุกกะปิเป็นเมนูที่เป็นจานที่มีรสชาติต่างๆ ครบครันในจานเดียว ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน และเค็ม อีกทั้งส่วนผสมที่ใช้ทำอาหารยังหาง่าย ราคาไม่แพง แถมวิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก นำเคล็ดลับความอร่อยไปปรับใช้กันได้เลย 

Adblock test (Why?)


วิธีทำข้าวคลุกกะปิ สูตรอร่อยเด็ด อิ่มอร่อยแบบง่ายๆ - ไทยรัฐ
Read More

กองทัพบก โต้ข่าวทำรัฐประหาร ผบ.ทบ. มอบหมายแจ้งความคนปล่อยข่าวเท็จ กองทัพบก - ไทยรัฐ

(แฟ้มภาพ)

กองทัพบก โต้ข่าวปล่อยในโซเชียล ผบ.ทบ. ทำรัฐประหาร นำกำลังควบคุมบุคคลสำคัญ “บิ๊กบี้” มอบหมายแจ้งความดำเนินการคนปล่อยข่าวเท็จ

ข่าวแนะนำ

กองทัพบกขอเรียนว่า เรื่องดังกล่าว “เป็นข่าวเท็จ” เป็นการสร้างเรื่องหวังให้เกิด ความวุ่นวายในสังคม เป็นการกระทําที่ผิดกฎหมาย ทําลายชื่อเสียงของกองทัพและรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก มอบให้ ผู้อํานวยการสํานักงานพระธรรมนูญทหารบก เข้าดําเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ปล่อยข่าวเท็จดังกล่าวแล้ว.

Adblock test (Why?)


กองทัพบก โต้ข่าวทำรัฐประหาร ผบ.ทบ. มอบหมายแจ้งความคนปล่อยข่าวเท็จ กองทัพบก - ไทยรัฐ
Read More

ผู้ว่าฯสมุทรสาคร เล็งสั่งปิดโรงงานในสมุทรสาครไม่ทำ รพ.สนาม FAI 10% - ประชาชาติธุรกิจ

ผู้ว่าฯสมุทรสาคร

ผู้ว่าฯสมุทรสาครเล็ง ”สั่งปิดโรงงาน” ไม่ทำ รพ.สนาม FAI 10% ภายใน 7 วัน เผย โรงงานทั้งจังหวัดเกือบ 7 พันแห่ง แจ้งทำ FAI 674 แห่ง รวม 16,445 เตียง ชี้หากโรงงานใดทำแค่โชว์ แต่ไม่มีมาตรการดูแลรักษา ต้องถูกสั่งปิดทันทีเช่นกัน

วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 รายงานข่าวจากสมุทรสาคร เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เวลา 24.00 น. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 1,178 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดเชื้อจากการค้นหาเชิงรุก 240 ราย โรงพยาบาล 938 ราย ในจำนวนนี้แบ่งเป็นในจังหวัด 728 ราย และนอกจังหวัด 210 ราย เสียชีวิต 4 ราย เสียชีวิตสะสม 127 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 48,389 ราย ขณะนี้มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างรักษา 17,831 ราย รักษาหาย 13,144 ราย

วานนี้ (30 ก.ค.) นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ที่ประชุมได้มีการหารือติดตามปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการจัดทำสถานที่กักตัว หรือโรงพยาบาลสนามในสถานประกอบการ ( Factory Accommodation Isolation : FAI ) หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้สั่งการให้สถานประกอบการทุกแห่งที่มีคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป หรือใช้เครื่องจักร 50 แรงม้าขึ้นไปต้องจัดทำพื้นที่รองรับการกักตัวผู้ติดเชื้อของโรงงานให้มีเตียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และต้องเพียงพอต่อการแยกกักตัวของผู้ติดเชื้อในโรงงานตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยให้เร่งจัดทำ FAI ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ หรือขีดเส้นตายภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564

ในที่ประชุมได้มีรายงานว่า ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีสถานประกอบการต่าง ๆ ได้แจ้งสถานที่เพื่อจัดทำ FAI มาแล้วประมาณ 674 แห่ง มีเตียงโดยรวมราว ๆ 16,445 เตียง ซึ่งสถานประกอบการหลาย ๆ แห่งใช้วิธีการรวมตัวกันแล้วจัดตั้ง FAI ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว เพื่อให้สะดวกในการวางมาตรการด้านสาธารณสุขทั้งเรื่องระบบการให้บริการทางการแพทย์ ลดจำนวนแพทย์-พยาบาลที่ต้องมาดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ และการกำจัดขยะติดเชื้อ เป็นต้น ส่วนโรงงานที่อ้างว่าไม่มีสถานที่จัดทำ FAI หรือ ยังไม่พร้อมนั้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่ออยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อสั่งปิดโรงงานตามมาตรการต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการหารือถึงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดสมุทรสาคร และการปรับมาตรการเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อในชุมชนเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร หรือโรงพยาบาล สนามในชุมชน CI – Community Isolation และการดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการที่ยังนอนรอเตียงอยู่ในที่พัก หรือกักตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อรักษาตนเองตามมาตรการ HI – Home Isolation โดยในส่วนของการรับผู้ติดเชื้อเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร CI – Community Isolation นั้น ที่ประชุมเห็นสมควรว่า ผู้ที่จะเข้าสู่ศูนย์ CI จะต้องผ่านการตรวจด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นผู้ตรวจให้เท่านั้น

ส่วนประชาชนที่ซื้อมาตรวจเอง ไม่สามารถนำมายืนยันเพื่อขอเข้าศูนย์ CI ได้โดยตรง เพียงแต่เป็นตัวแสดงที่บ่งบอกว่า มีความเสี่ยงสูงเป็นผู้ติดเชื้อเท่านั้น และจะได้รับการตรวจยืนยันอีกครั้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทั้งนี้เพื่อให้ รพ.สต.ที่เป็นเสมือนโรงพยาบาลด่านหน้า เป็นผู้ทำหน้าที่คัดกรองอาการของผู้ติดเชื้อก่อนว่า มีอาการอยู่ในระดับใด สมควรให้เข้าสู่ศูนย์ CI หรือ HI หรือ โรงพยาบาลสนาม หรือเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

อีกทั้งผู้ที่ผ่านการตรวจหาเชื้อจาก รพ.สต. นั้น ทางเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเข้าสู่ระบบได้ทันที รวมถึงยังสามารถระบุได้ด้วยว่า สมควรที่จะได้รับยาหรือไม่ หากต้องรับยาจะเป็นฟ้าทะลายโจร หรือ ฟาวิพิราเวีย ที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ซึ่งจะได้ส่งข้อมูลต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์สั่งยาฟาวิพิราเวีย ให้กับผู้ติดเชื้อต่อไป นับเป็นการดำเนินงานเชิงรุกและรวดเร็วต่อการรับยาเพื่อการยับยั้งความรุนแรงโรคไม่ให้กลุ่มสีเขียวกลายเป็นสีเหลือง

ในช่วงต้นเดือนนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครจะได้รับยาฟาวิพิราเวีย เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เพียงพอต่อการให้ยากับผู้ติดเชื้อบางส่วน ดังนั้นเรื่องของการคัดกรองจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำแบบเข้าถึง และรวดเร็วมากที่สุด

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาครไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการปิดเมือง แต่เน้นไปที่มาตรการควบคุมสถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่งการจัดตั้ง FAI หรือสถานที่กักตัวของโรงงาน เพราะทุกวันนี้พบกลุ่มผู้ติดเชื้อในโรงงานเป็นจำนวนมาก จึงต้องควบคุมกลุ่มคนเหล่านี้ก่อน ไม่ให้ออกมาปะปนกับคนในชุมชน

การทำ FAI ในโรงงานนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำ 1 สถานประกอบการต่อ 1 แห่ง แต่หลาย ๆ สถานประกอบการอาจจะรวมตัวกันจัดทำ FAI หรือสถานที่กักตัวเพียง 1 แห่งก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรการฐานของสาธารณสุขคือ มีจำนวนเตียงที่เพียงพอต่อการรองรับผู้ติดเชื้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 หรือให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ติดเชื้อนั่นเอง และถ้าในโรงงานมีสถานที่ไม่เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องทำในโรงงาน แต่ต้องหาสถานที่ ๆ เหมาะสมจัดทำเพื่อรองรับพนักงานของโรงงานตัวเองให้ได้ โดยการประชุมในวันนี้ได้มีการพิจารณาว่า จะมีสถานประกอบการใดถูกสั่งปิดหรือไม่นั้น จะต้องรอให้การประชุมเสร็จสิ้นลงและออกคำสั่งให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน จึงจะประกาศให้ทราบต่อไป

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า อยากจะบอกถึงสถานประกอบการทุกแห่งว่า การทำ FAI หรือสถานที่กักตัวของโรงงานนั้น คือความรับผิดชอบของสถานประกอบการทุกแห่งที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และต้องปฏิบัติตามให้เห็นผลเป็นรูปธรรมด้วย อีกทั้งจะต้องมีมาตรการในการดูแลผู้ติดเชื้อตามมาตรการของสาธารณสุขและคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ไม่ใช่ทำขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพ หรือทำขึ้นมาเพียงแค่ต้องการแสดงให้เห็นว่าโรงงานได้ทำแล้ว จากนั้นปล่อยปละละเลย โดยหากโรงงานใดปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดยังสามารถเปิดโรงงานทำงานได้ต่อไป แต่หากโรงงานใดทำขึ้นมาเพียงแค่ถ่ายภาพโชว์ หรือทำแล้ว แต่ไม่มีมาตรการในการดูแลรักษา จะต้องถูกสั่งปิดทันที

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นสูงมากทุกวันนั้น ไม่อยากให้ทุกคนไปกังวลใจกับยอดตัวเลขที่เพิ่มขึ้น เพราะตัวเลขที่สูงขึ้นมาจากการเร่งตรวจเพิ่มมากขึ้นและทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อแยกคัดกรองและแยกผู้ติดเชื้อออกมาให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด

Adblock test (Why?)


ผู้ว่าฯสมุทรสาคร เล็งสั่งปิดโรงงานในสมุทรสาครไม่ทำ รพ.สนาม FAI 10% - ประชาชาติธุรกิจ
Read More

แถลงการณ์ เพื่อไทย จี้รัฐบาล ยกเลิกห้ามสื่อเสนอข่าว ทำประชาชนหวาดกลัว - ไทยรัฐ

แถลงการณ์ เพื่อไทย อัด รัฐบาล ออกข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ห้ามสื่อเสนอข่าว ที่มีข้อความทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ชี้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ละเมิดต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนในการเสนอข้อมูล

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ออกข้อกำหนดตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 29) ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป โดยมีเนื้อหาห้ามเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและยังกำหนดต่อไปว่า กรณีมีการเผยแพร่ ทางอินเทอร์เน็ตให้สำนักงาน กสทช.แจ้งผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตตรวจสอบ IP Address ของผู้นั้น และให้ระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่ผู้นั้นได้ทันที นั้นพรรคเพื่อไทยเห็นว่า ข้อกำหนดดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นการละเมิด ต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนในการเสนอข้อมูล ข่าวสาร และเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นอย่างร้ายแรง กล่าวคือ

1. การออกข้อกำหนดดังกล่าวต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้นเท่านั้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 วรรคแรก แต่การจำกัดการเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชน และการจำกัดเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจะทำให้การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ยุติลงโดยเร็วหรือไม่ให้โรคระบาดรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้น การออกข้อกำหนดดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

2. ข้อความที่ว่าห้ามเสนอข่าวที่มีข้อความอันทำให้ประชาชนเกิดความกลัว นั้น มีความหมายไม่ชัดเจน ไม่มีมาตรวัดใดที่จะใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานได้ ข้อความข้างต้นจึงขาด ความชัดเจนแน่นอน ปล่อยให้เกิดการใช้ดุลยพินิจและการเลือกปฏิบัติได้ ข้อกำหนดดังกล่าวจึงขัดต่อหลักการตรากฎหมายที่มีโทษทางอาญาและกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และยังเป็นการจำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชนและเสรีภาพของประชาชนเกินสมควรแก่เหตุอันขัด ต่อรัฐธรรมนูญด้วย


3. ข้อกำหนดที่ให้อำนาจแก่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตตรวจสอบและวินิจฉัยว่า การเสนอข้อมูลข่าวสารของบุคคลใดเป็นการต้องห้ามตามข้อกำหนดหรือไม่ และให้อำนาจในการระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตของผู้นั้น เป็นการมอบอำนาจให้องค์กรเอกชนซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นผู้วินิจฉัยว่าบุคคลใดกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือไม่ ผิดหลักการ ของกฎหมายมหาชน และการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างร้ายแรง เพราะอำนาจการวินิจฉัยว่าผู้ใดกระทำความผิดและต้องระงับการใช้อินเทอร์เน็ตควรเป็นอำนาจของศาลหรือ กสทช.ตามกรอบที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น


4. เหตุผลของการออกข้อกำหนดระบุไว้ชัดเจนว่า “โดยที่มีการเผยแพร่โดยทั่วไปซึ่งข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนเกิดความกลัว หรือข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน...” ดังนั้น หากจะออกข้อกำหนดดังกล่าวจะต้องจำกัดการเสนอข่าวว่าต้องเป็นข้อมูลที่เป็นเท็จเท่านั้น การเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงไม่ควรถูกห้ามไปด้วย การออกข้อกำหนดเพื่อเอาผิดกับผู้ที่ พูดความจริงจึงมีเจตนาเพื่อปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน

5. เมื่อพิจารณาเหตุผลเบื้องหลังของการออกข้อกำหนดนี้จะเห็นได้ว่า รัฐบาล และ ศบค. บริหารงานล้มเหลวในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทุกภาคส่วน จนกระทบต่อสถานะการดำรงอยู่ของรัฐบาล โดยเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ส่วนสื่อมวลชนก็ไม่ปรากฏว่ามีสื่อสำนักใดเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับโรคโควิด-19 จึงเห็นได้ว่า เหตุผลที่แท้จริงในการออกข้อกำหนดนี้มิได้เกี่ยวกับความจำเป็นที่จะทำให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยุติลงโดยเร็ว หรือเพื่อป้องกันมิให้การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวรุนแรงขึ้นตามเงื่อนไขของกฎหมายแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการโดยมีเหตุผลทางการเมืองแอบแฝงโดยมิได้คำนึงว่าการกระทำเช่นนี้ จะไปจำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชนอย่างไร

6. การแก้ไขปัญหาและต่อสู้กับโรคระบาดร้ายแรงเช่นนี้มีความจำเป็นที่ต้องเข้าใจสถานการณ์และรับรู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อให้ทั้งภาครัฐและประชาชนเข้าใจในความจริงที่เกิดขึ้น เพื่อจะสามารถเห็นถึงปัญหาและประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้อง ตรงกับสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้น การระงับ ยับยั้ง หรือปิดกั้นการรับรู้ข้อเท็จจริงด้วยการ ออกข้อกำหนดดังกล่าว นอกจากจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อการระดมความร่วมมือของประชาชนเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาด้วย

พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่า ไม่มีเหตุผลและความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีจะต้องออกข้อกำหนดนี้ และการออกข้อกำหนดก็ขัดต่อรัฐธรรมนูญและไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ พรรคจึงขอเรียกร้องให้ยกเลิกข้อกำหนดฉบับนี้เสีย จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

Adblock test (Why?)


แถลงการณ์ เพื่อไทย จี้รัฐบาล ยกเลิกห้ามสื่อเสนอข่าว ทำประชาชนหวาดกลัว - ไทยรัฐ
Read More

Friday, July 30, 2021

กรุณา บัวคำศรี ผู้สื่อข่าวชื่อดัง เผยวิธีปฏิบัติตัวขณะทำข่าวพื้นที่สงคราม - Sanook

กรุณา บัวคำศรี ผู้สื่อข่าวที่มีประสบการณ์สูงเกี่ยวกับการทำข่าวในต่างประเทศ โพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันศุกร์ (30 ก.ค.) ถึงวิธีการปฏิบัติตัวขณะทำข่าวในพื้นที่สงคราม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิตว่า วิธีหนึ่งคือการฝังตัวไปกับกองกำลังของประเทศนั้นหรือของประเทศพันธมิตร

ผู้สื่อข่าวรายนี้ ระบุต่อไปว่า การฝังตัวดังกล่าว จะมีกติกากำหนดว่าปฏิบัติตัวอย่างไรได้หรือไม่ได้บ้าง ซึ่งเป็นกติกาที่ตั้งขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยของชีวิต และจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย

"มีคนถามหลังไมค์ว่า ทำอย่างไรเมื่อต้องเข้าไปทำข่าวในพื้นที่สงคราม ไม่ว่าจะเป็นซีเรีย อัฟกานิสถาน อิรัก วิธีหนึ่งที่เราและนักข่าวต่างชาติส่วนใหญ่ใช้ คือการ embedded หรือฝังตัวไปกับกองกำลังของประเทศนั้นๆ หรือกองกำลังของประเทศพันธมิตร เช่น สหรัฐ อังกฤษ หรือกองกำลังนาโต้ โดยจะมีกฎกติกาที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดว่าอะไรทำได้ และอะไรทำไม่ได้ ทั้งหมดนี้เพื่อรักษาชีวิตของทุกคน" กรุณา บัวคำศรี โพสต์

การแสดงความเห็นในโซเชียลมีเดียนี้ เกิดขึ้นหลังจากผู้มีชื่อเสียงในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการท่องเที่ยวรายหนึ่งเดินทางไปถ่ายรายการที่ประเทศอัฟกานิสถาน โดยระบุว่ามีคนในพื้นที่เป็นคนดูแล แม้ว่าขณะนี้หลายพื้นที่ในอัฟกานิสถานค่อนข้างไร้เสถียรภาพ จากการที่กลุ่มติดอาวุธตาลิบันกำลังแย่งชิงพื้นที่จากกองกำลังของรัฐบาล ในช่วงที่สหรัฐกำลังถอนทหารทั้งหมดออกมาภายในเดือน ส.ค. นี้

ผู้มีชื่อเสียงในอินเทอร์เน็ตรายดังกล่าวโพสต์เมื่อช่วงที่ผ่านมาของวันศุกร์ (30 ก.ค.) ว่าตนอยู่ในพื้นที่ที่ตกอยู่ในความเสี่ยง และไม่มีเครื่องบินให้บินออกจากเมืองที่ตนอยู่

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายคนท้วงติงถึงความปลอดภัยของการเดินทางดังกล่าว หนี่งในนั้นที่สอบถามว่า ตนได้แจ้งสถานทูตไทยที่รับผิดชอบพื้นที่ประเทศอัฟกานิสถานหรือไม่ แต่ผู้มีชื่อเสียงรายดังกล่าวกลับตอบว่า ตนติดต่อสถานทูตอัฟกานิสถานในต่างประเทศที่เช็กข่าวได้ และทำไมตนถึงต้องติดต่อสถานทูตไทย 

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายดังกล่าว ที่ภายหลังทราบว่ามีอาชีพนักการทูต จึงตอบกลับไปว่า เมื่อเกิดสถานการณ์คับขันหรือความเสียหายต่างๆ ผู้ที่ช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ในอันตรายได้ก็คือเจ้าหน้าที่จากสถานทูตไทย ซึ่งสถานทูตไทยที่รับผิดชอบอัฟกานิสถาน คือ สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน การติดต่อสถานทูตอัฟกานิสถานในต่างประเทศจึงไม่น่าจะช่วยอะไรได้

Adblock test (Why?)


กรุณา บัวคำศรี ผู้สื่อข่าวชื่อดัง เผยวิธีปฏิบัติตัวขณะทำข่าวพื้นที่สงคราม - Sanook
Read More

เปแอสเช ประกาศทำทีมอีสปอร์ตในไทย ส่งทัพ RoV ลุยโปร ลีก - ข่าวสด - ข่าวสด

เปแอสเช – ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สโมสรกีฬาจากฝรั่งเศส ประกาศทำทีมอีสปอร์ตในประเทศไทย ในส่วนของเกม RoV ซึ่งจะลงแข่งขันในรายการ โปร ลีก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เพจPSG Esports ซึ่งเป็นเพจอีสปอร์ตทางการของเปแอสเช ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าพวกเขาจะเข้ามาทำทีมอีสปอร์ตในประเทศไทย

โดยจะส่งทีมเกม RoV เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ RoV Pro League ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศไทย

ซึ่งเปแอสเชถือเป็นสโมสรฟุตบอลจากยุโรปทีมที่สองที่เข้ามาทำทีมRoV ในประเทศไทย ต่อจาก บาเลนเซีย

Adblock test (Why?)


เปแอสเช ประกาศทำทีมอีสปอร์ตในไทย ส่งทัพ RoV ลุยโปร ลีก - ข่าวสด - ข่าวสด
Read More

อั้ม พัชราภา นั่งแพ็กของทำกล่องปันน้ำใจให้ประชาชน 2,000 ชุด (คลิป) - ไทยรัฐ

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ยังคงทำดีเพื่อสังคมมาตลอด สำหรับนางเอกซุป'ตาร์สาว อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซึ่งก่อนหน้านี้อั้มก็ได้มอบเครื่องผลิตออกซิเจนให้กับ รพ. ต่างๆ

ล่าสุดนางเอกสาวก็ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ด้วยการชวนหนุ่มคนสนิทอย่างไฮโซหนุ่ม พก ประธานวงศ์ พรประภา รวมไปถึง เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการส่วนตัว และไฮโซหนุ่ม ณัฐ ณัฐพล จุฬางกูร ทำกล่องปันน้ำใจเพื่อแจกให้กับประชาชนจำนวน 2,000 ชุด

ข่าวแนะนำ

อั้ม พัชราภา ขอบคุณภาพจากไอจี @aum_patchrapa
อั้ม พัชราภา ขอบคุณภาพจากไอจี @aum_patchrapa

โดย อั้ม พัชราภา ได้โพสต์ภาพบรรยากาศหลังแพ็กของเสร็จเรียบร้อย พร้อมทั้งเขียนข้อความขอเป็นกำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการขอส่งมอบกล่องปันน้ำใจจำนวนทั้งหมด 2,000 ชุด เป็นทางออนไลน์ 1,000 ชุด และกระจายทางชุมชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 1,000 ชุด

ด้าน เอ ศุภชัย ก็ได้โพสต์คลิปบรรยากาศตอน อั้ม-เอ นั่งพื้นช่วยกันแพ็กของ โดยมีไฮโซณัฐมาช่วยแพ็กด้วย พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “ขอบคุณน้องอั้มมากๆๆนะคะ น้องพกน้องนัทด้วยนะคะ มาอุดหนุนข้าว เอโอเค ไปทำบุญกัน ขอบคุณน้องอั้มที่เป็นสะพานบุญ มาชวนพี่เอร่วมกิจกรรมดีๆ กับคนสวยนะคะ @aum_patchrapa @nut_nuttapol @pokphornprapha

ตอนนี้กล่องปันน้ำใจที่จะส่งให้พี่น้องที่เดือดร้อนมีคนลงทะเบียนครบแล้วค่ะ ส่วนที่จะส่งตามชุมชนเราก็จะทำกันอีกต่อไป รอหน่อยนะคะ ขอบคุณน้องๆ น้องอั้ม น้องนัท น้องพก ที่ชวนพี่เอมาร่วมในครั้งนี้ด้วยนะคะ พวกเราจะพยายามทำกันต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ”.

Adblock test (Why?)


อั้ม พัชราภา นั่งแพ็กของทำกล่องปันน้ำใจให้ประชาชน 2,000 ชุด (คลิป) - ไทยรัฐ
Read More

พระครู เชิญวิญญาณ เมียฝรั่ง เผยต้องทำพิธี 3รอบ ตร.เจอเรื่องแปลก - ข่าวสด - ข่าวสด

พระครู ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ เมียฝรั่ง ถูกฆ่าทิ้งไร่ข้าวโพด เผยสิ่งผิดปกติ ต้องทำพิธีถึง 3 รอบ ด้าน พนักงานสอบสวน เล่าเรื่องแปลก ก่อนวันผู้ต้อ...