Rechercher dans ce blog

Tuesday, June 29, 2021

วิธีทำ "เต้าหู้ทรงเครื่อง" เต็มอิ่มไปกับคุณประโยชน์ครบครัน - Sanook

หนึ่งในเมนูคุณภาพที่ให้รสชาติอร่อย รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วรสชาติดีมาก พร้อมให้วิธีการทำที่ง่ายและขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบต่างๆ ไม่ยุ่งยาก คือ เมนูเต้าหู้ทรงเครื่อง ที่คุณก็สามารถทำได้เองที่บ้าน พร้อมให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเต็มที่ โดยมีวิธีการทำดังต่อไปนี้

วัตถุดิบและเครื่องปรุงเต้าหู้ทรงเครื่อง


  • เต้าหู้ไข่ 2 หลอด
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายครึ่งช้อนชา
  • แครอทหั่นเต๋า 1 ถ้วย
  • ข้าวโพดอ่อนหั่น 1 ถ้วย
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งสดหรือเนื้อหมูสับ 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยเล็ก
  • น้ำมันพืช
  • กระเทียมสับ
  • แป้งข้าวโพดผสมน้ำ 1 ถ้วยเล็ก

วิธีทำเต้าหู้ทรงเครื่อง

1.เริ่มต้นจากการตั้งกระทะด้วยไฟกลางแล้วใส่น้ำมันพืช เมื่อเห็นว่ากระทะเริ่มร้อนแล้ว ให้คุณนำเต้าหู้ไข่ลงทอด

2.ทอดเต้าหู้ไข่ให้เพียงแค่พอสุกและเหลืองทั้งสองด้าน จากนั้นให้ตักขึ้นตะแกรงเพื่อกรองน้ำมัน

3.นำกระเทียมสับไปผัดกับน้ำมันในกระทะให้หอมและใส่เนื้อหมูหรือเนื้อกุ้งสดลงไป ผัดพอประมาณแล้วใส่แครอทกับข้าวโพดอ่อนลงไปผัดรวมกัน

4.ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส, ซอสหอยนางรม, น้ำตาลทราย และน้ำเปล่า พร้อมเปลี่ยนเป็นผัดด้วยไฟแรง คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วใส่แป้งข้าวโพดผสมน้ำในขณะที่กำลังเดือด จากนั้นให้คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน

5.นำเต้าหู้ทอดมาจัดจานแล้วราดด้วยน้ำราดที่เตรียมไว้ โรยต้นหอมซอยเพื่อเป็นการตกแต่ง เท่านี้ก็สามารถรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ได้อร่อยเลยทีเดียว


คุณประโยชน์ของเต้าหู้ทรงเครื่อง

เมื่อคุณอิ่มอร่อยไปกับเต้าหู้ทรงเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลองมาดูคุณประโยชน์ที่จะได้รับจากเมนูรสชาติดีเมนูนี้ คือ

1.เต้าหู้ไข่
เต้าหู้ไข่จะเต็มเปี่ยมไปด้วยโปรตีนที่มีสูงกว่าเนื้อสัตว์บางประเภท ให้วิตามินที่หลากหลายและสารอาหารสำคัญต่าง ๆ พร้อมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่จะช่วยเสริมทั้งด้านระบบประสาทและสมอง ลดความตึงเครียด ลดอาการเหนื่อยล้าของสายตา และลดความเสี่ยงปัญหาหัวใจขาดเลือดอีกด้วย


2.แป้งข้าวโพด
แป้งข้าวโพดจะมีไฟเบอร์ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต รวมไปถึงแร่ธาตุอย่างเหล็ก ทองแดง และแมงกานีส ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินที่หลากหลาย พร้อมการปราศจากกลูเตนที่จะช่วยลดอาการแพ้ ในผู้ที่มีปัญหาแพ้อาหารผสมกลูเตนเป็นอย่างมาก


3.แครอท
แครอทอุดมไปด้วยวิตามินเอสูงมากและมีเบต้าแคโรทีน ลูทีน แคลเซียมกับวิตามินซีที่สูงด้วยเช่นกัน จึงช่วยบำรุงสายตาได้อย่างดีเยี่ยม กระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดและให้ประโยชน์ทางด้านสารอาหารที่สูงเลยทีเดียว


เมื่อคุณต้องการเมนูอาหารอร่อยที่รับประทานกับข้าวสวยได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมให้คุณค่าทางสารอาหารที่ครบถ้วน เพราะมีทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และโปรตีนจากเต้าหู้ไข่ ขอแนะนำเมนูเต้าหู้ทรงเครื่องที่นอกจากจะทำง่ายแล้วยังให้รสชาติที่ดีอีกด้วย

Adblock test (Why?)


วิธีทำ "เต้าหู้ทรงเครื่อง" เต็มอิ่มไปกับคุณประโยชน์ครบครัน - Sanook
Read More

โดมความร้อนทำสหรัฐฯ-แคนาดาระอุ อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นในรอบมากกว่า 80 ปี - ไทยรัฐ

ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมในวงกว้างครั้งประวัติศาสตร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทำให้มีอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบมากกว่า 80 ปี ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นต่อไปตลอดสัปดาห์

Adblock test (Why?)


โดมความร้อนทำสหรัฐฯ-แคนาดาระอุ อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นในรอบมากกว่า 80 ปี - ไทยรัฐ
Read More

ในยุคที่ "จีน" มีบทบาทในไทย ควรทำอย่างไรไม่ให้ตกอยู่ใต้เงาปีกมังกร? - ไทยรัฐ

มองสัมพันธ์ "ไทย-จีน" ผ่านตัวเลข!

อันดับ 1 คู่ค้าสำคัญของไทย ณ เวลานี้ จะเป็นใครไปไม่ได้หากไม่ใช่ "จีน" ที่ยืนหนึ่งยาวนานมาตั้งแต่ปี 2556 จากมูลค่าการค้า 1.98 ล้านล้านบาทในปีนั้น พุ่งมาสู่ 2.49 ล้านล้านบาท ในปี 2563

เหนียวแน่นมาจนถึงปี 2564
*ช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.)
- มูลค่าการค้า 1.25 ล้านล้านบาท
- ไทยส่งออกจีน 4.51 แสนล้านบาท
- ไทยนำเข้าจีน 7.95 แสนล้านบาท
- ไทยขาดดุลจีน 3.44 แสนล้านบาท

3 อันดับสินค้าส่งออกไปจีน ปี 2564
1) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง-แห้ง 6.33 หมื่นล้านบาท
2) เม็ดพลาสติก 3.83 หมื่นล้านบาท
3) ผลิตภัณฑ์ยาง 3.72 หมื่นล้านบาท

3 อันดับสินค้านำเข้าจากจีน ปี 2564
1) เครื่องจักรไฟฟ้า-ส่วนประกอบ 9.88 หมื่นล้านบาท
2) เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 8.53 หมื่นล้านบาท
3) เครื่องจักรกล-ส่วนประกอบ 7.84 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ ภาคการท่องเที่ยวในช่วงปี 2562 เรียกได้ว่าเป็น "ปีทอง!" ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่แหนลากกระเป๋าบินลัดฟ้ามาเที่ยวไทยมากกว่า 39.8 ล้านคน และในปีนั้นก็อย่างที่ "คุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์" คิด... นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทยมากที่สุด คือ "นักท่องเที่ยวจีน" ที่สูงเกือบ 11 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนกว่า 27.63% สร้างเม็ดเงิน 3.95 แสนล้านบาท

สำหรับ 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ปี 2564 นี้ ที่ประเทศไทยเผชิญมรสุมวิกฤติโควิด-19 พบ "นักท่องเที่ยวจีน" เดินทางเข้าไทยเพียง 2,668 คนเท่านั้น เป็นรองสหราชอาณาจักร (2,833 คน), เยอรมนี (3,066 คน) และสหรัฐอเมริกา (4,478 คน)

ในแง่การลงทุน จีนก็ไม่น้อยหน้า...เป็นหนึ่งใน 3 ประเทศ ที่มีการลงทุนในไทยมากที่สุด ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2564 โดยอยู่อันดับ 2 รองจากเกาหลีใต้

แต่ที่ดูจะทำให้คนไทยรู้สึกหวาดหวั่นมากที่สุด เห็นจะเป็นการเข้ามารุกในพื้นที่แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) ที่หากกดเข้าไปไม่ว่าแอปพลิเคชันไหน...ก็จะพบเห็น "ร้านค้า" ที่มีแหล่งที่ตั้ง "ต่างประเทศ" อยู่เต็มไปหมด และเกือบทั้งหมดนั้นมาจาก "จีน"

หรือแม้ความบันเทิงเบาสมองก็เห็นได้ว่า การกลับมาของ "ซีรีส์จีน" ในประเทศไทยครั้งนี้สร้าง "อิทธิพล" ไม่แพ้ในอดีตเลยทีเดียว

และไม่ต้องพูดถึงปัจจุบัน กับวิกฤติสาธารณสุขครั้งใหญ่ของโลกอย่าง "โควิด-19" ที่ "จีน" เองก็เข้ามามีบทบาทในแง่การช่วยเหลือทาง "วัคซีน" ทั้งการบริจาคและจัดจำหน่ายวัคซีนซิโนแวค รวมถึงวัคซีนซิโนฟาร์ม (จำหน่ายอย่างเดียว)

การคืบคลานของ "จีน" ที่เข้ามาทุกทิศทุกทางในห้วงเวลานี้ ย่อมสร้างความกังวลให้กับหลายๆ คนอยู่ไม่น้อย จนเกิด "คำถาม" ที่ว่า "แล้วไทยควรจะทำอย่างไรไม่ให้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลพญามังกรเช่นจีน?"

ในวาระ "46 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน" นี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจฯ จึงขอเปิดมุมมองที่น่าสนใจจาก นายปริญญ์ พาณิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย มาฝาก "คุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์" เพื่อเป็น "คำตอบ" สำหรับคำถามที่ว่านั้น

หนทางหลบหลีกเงาปีก "พญามังกร"

ประธานาธิบดีจีน
ประธานาธิบดีจีน "สี จิ้นผิง"

"เราต้องมองจีน แล้วแปลงจีนให้เป็นโอกาส อย่ามองว่าเขาเป็นคู่แข่งเรา อย่ามองว่าเขาเป็นศัตรูเรา หรือเราต้องกลัวเขา"

นายปริญญ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย (ปชป.) เกริ่นพร้อมถามคำถามให้ชวนคิดตามว่า กรณีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย คุณคิดว่า "คนที่ทำเงินมากที่สุดคือใคร?"

คำตอบที่ผุดออกมาในหัวคุณผู้อ่านอาจจะนึกไปถึงบรรดาธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจการบินต่างๆ หรือแม้แต่บรรดาธุรกิจนำเที่ยว แต่ "คำตอบปริญญ์" กลับเป็นเว็บไซต์ booking.com และเว็บไซต์ Agoda

ซึ่งคำตอบที่เอ่ยถึง booking.com และ Agoda นั่นบ่งบอกนัยที่เกี่ยวเนื่องกับคำถามตั้งต้น ที่ "ปริญญ์" ต้องการชี้ให้เห็นว่า คนที่ทำเงินมากที่สุดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย 2 รายนั้น "ไม่ใช่บริษัทจีน" โดย booking.com เป็นบริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ และ Agoda ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่สิงคโปร์ ก็เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน คือ Booking Holdings Inc. กลายเป็นบริษัทที่ให้บริการจองที่พักออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ปริญญ์ อธิบายง่ายๆ จากภาพที่เกิดขึ้นว่า แพลตฟอร์มอีโคโนมี (Economy) หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มใหญ่ๆ เข้ามาในประเทศไทยหมดแล้ว (นั่นหมายถึง...ไม่ใช่เฉพาะแค่จีน!)

"สื่อ (Media) ทุกวันนี้ใครคุมครับ อำนาจการตลาด อำนาจสื่ออยู่ในมือใครครับ อเมริกาก็ว่าได้ใช่ไหมครับ ตั้งแต่เฟซบุ๊ก (Facebook), กูเกิล (Google) ไปจนยูทูบ (YouTube) ล้วนเป็นบริษัทอเมริกัน"

หรือแม้แต่ในการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก G7 มุมมองของ "หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย" ก็ชี้ให้เห็นว่า วาระการประชุมหลักที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ "โจ ไบเดน" ต่อสู้ คือ การป้องกันไม่ให้บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกาโดนผลกระทบ เขาปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ในสหภาพยุโรป (อียู) ที่ก็มีการพูดเพื่อต่อสู้ในการคุ้มครองบริษัทยุโรป

"เราอาจจะกลัวจีน เข้าใจ ผมเข้าใจว่า เรามีความกังวลที่จีนจะเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น แต่เราต้องบาลานซ์ (สร้างสมดุล) ให้ดี"

"ปริญญ์" ชี้ให้มองมุมกว้างว่า ยักษ์ใหญ่ที่มาจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมเทคโนโลยีทันสมัย ที่ไม่เลือกแม้กระทั่งชาติ สีผิว เพศ หรืออุดมการณ์ (Idology) ทางการเมือง หรือความคิดเห็นทางการเมือง เหล่านี้ถาโถมเข้ามาอย่างไร้พรมแดนแล้ว เพราะฉะนั้นต้องปรับ Mindset (กรอบความคิด) ที่ดีว่า เรากำลังจะต้องบริหารจัดการให้เกิดความเสมอภาคในเชิงการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุคดิจิทัล

"ผมไม่เถียงว่า อาลีบาบา (Alibaba) และเจดีดอทคอม (JD.com) เข้ามามีบทบาท บางคนอาจจะบอกว่ามาทุ่มตลาดไหม บางคนอาจจะบอกว่าอาจจะมีสินค้าจากจีนเข้ามาแข่งขันกับเอสเอ็มอี (SME) บ้านเรา แต่จริงๆ มีแพลตฟอร์มหลายชาติที่เข้ามา Airbnb ไม่ต้องพูดถึง ไม่ได้ถูกกฎหมายในการก่อสร้างโรงแรม แต่ Airbnb ก็เปิดโรงแรมมากกว่า มีห้องให้คนเช่า ให้คนใช้อยู่ มากกว่าหลายๆ บริษัท เพราะฉะนั้นเราต้องลองคิดแล้วเปิดใจให้ดีว่า เราควรบริหารจัดการตรงนี้อย่างไร เพราะไม่ใช่แค่ว่าต้องกลัวจีนหรือบริษัทจีน"

คำตอบที่แท้จริงของประเด็นนี้ในมุมมอง "ปริญญ์" คือว่า เราจะบริหารจัดการเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างไร ทำงานแบบแพลตฟอร์มใหญ่ๆ ซึ่งสำหรับแพลตฟอร์มใหญ่ๆ นั้น บางบริษัทไม่จ่ายภาษี หรือบางบริษัทที่จ่ายก็จ่ายน้อยมาก

ทั้งนี้ "สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย" ประมาณการเม็ดเงินในปี 2563 ว่า เฟซบุ๊ก (Facebook) ครองเม็ดเงินสูงสุดราว 7 พันล้านบาท รองลงมา คือ ยูทูบ (YouTube) กว่า 4 พันล้านบาท

เพราะฉะนั้น "ปริญญ์" จึงมองว่า ภารกิจของภาครัฐที่แท้จริง คือ ต้องเดินไปให้เกิดความเป็นธรรมในการที่จะจัดการการบริหารจัดเก็บภาษี ซึ่งกำลังจะเกิดแล้ว เพราะ e-Business Tax ผ่านไปแล้ว อาจจะเก็บภาษีนิติบุคคลไหม

อ่านเพิ่มเติม: ใครได้-ใครเสีย รีดภาษี "อี-เซอร์วิส" ทำ "แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ" ซีด

"กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์กรณีการทุ่มตลาดในอนาคต ไม่ใช่แค่เหล็กอย่างเดียวแล้วที่จะมาทุ่มตลาด แต่จะมีสินค้ามหาศาลอีกเยอะแยะมากที่จะมา..."

จากมุมมองข้างต้น...ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า หากไทยไม่อยากตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีน หรือแม้แต่ชาติใด เราก็ควรต้องแข็งแรง ต้องแข็งแกร่ง ซึ่งเราอาจจะต้องปฏิรูปการทำงานในหลายๆ ส่วน เพราะที่ผ่านมาอาจยอมรับว่า เราไม่มีการเปลี่ยนผ่านไปสู่ "ดิจิทัล" เท่าที่ควร หลังจากที่เราฟื้นจากโควิด-19 ไม่ใช่แค่เดิน แต่ต้องวิ่งได้ทันที เพราะการแข่งขันของโลกปัจจุบันเป็นอีกระดับหนึ่งแล้ว ตัวเราเองต้องยอมรับ!.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

กราฟิก: Jutaphun Sooksamphun

ข่าวน่าสนใจ:

ข้อมูลอ้างอิง:

  • รายการค้าไทย โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร
  • อันดับนักท่องเที่ยวและรายได้จากนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว
  • สถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

Adblock test (Why?)


ในยุคที่ "จีน" มีบทบาทในไทย ควรทำอย่างไรไม่ให้ตกอยู่ใต้เงาปีกมังกร? - ไทยรัฐ
Read More

ที่เดิมยังไม่ซ่อม! ฝาท่อระบายน้ำพัง ทำครูดนตรีวัย 64 ปี ตกท่อจมน้ำเน่า - Sanook

ฝาท่อระบายน้ำพังถล่ม ทำครูสอนดนตรีร่วงลงไปจมน้ำเน่าทั้งตัว หลังผ่านมานานครบ 1 สัปดาห์เต็มแล้ว ยังไม่มีการแก้ไขซ่อมแซม ขณะเทศบาลเมืองแปดริ้วเข้าเยี่ยมเยือนเยียวยาเหยื่อ พร้อมมอบค่าปลอบขวัญให้เล็กน้อย ส่วนที่เกิดเหตุ นำกรวยยางและเทปกั้นมาขึงไว้ก่อน

วันที่ 29 มิ.ย.64 เวลา 18.40 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสุปัญญ์ อันทนิล อายุ 32 ปี บุตรชายของนายปิยะ อินทนิล อายุ 64 ปี ชาว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนดนตรี “สยามฉะเชิงทรา” ตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้าสถานีขนส่งใหม่ ชายผู้เคราะห์ร้ายที่เดินตกลงไปยังภายในท่อระบายน้ำริมถนนสิริโสธร (314) ฉะเชิงเทรา-บางปะกง ด้านหน้าสถานีขนส่งใหม่ เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 23 มิ.ย.64 ที่ผ่านมาว่า

เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.64) มีตัวแทนจากทางสำนักงานเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้เดินทางมาเข้าเยี่ยมผู้เป็นบิดาแล้ว พร้อมกับได้นำเงินเป็นค่าปลอบขวัญมามอบให้จำนวนหนึ่งยังที่บ้านพัก โดยใช้เวลาไม่นานเนื่องจากเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ส่วนอาการของผู้เป็นบิดาขณะนี้เริ่มเดินได้แล้ว หลังจากมีอาการเคล็ดขัดยอกปวดไปทั่วทั้งตัว และมีบาดแผลทั้งที่แขนและขาทั้ง 2 ข้างรวม 4 แผล โดยขณะนี้ยังคงมีอาการเจ็บปวดอยู่บ้าง และยังไม่สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ

ส่วนที่บริเวณจุดเกิดเหตุในขณะนี้ทางเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้นำแผ่นเหล็กหนาขนาดใหญ่กว่าปากท่อเล็กน้อย มาวางปิดทับปากท่อเอาไว้ยังที่ด้านบนฝาท่อระบายน้ำที่ยังเหลืออยู่อีก 1 ข้าง และได้นำกรวยยางและเทปกั้นแนวยูโรสีแดงขาว มาขึงบ่งชี้ให้ผู้คนได้เห็นถึงเขตอันตรายแล้ว เพื่อป้องกันคนเดินถนน เดินมาตกซ้ำลงไปในท่อระบายน้ำอีก โดยได้มีการนำกรวยยางมาตั้งวางและขึงเชือกยูโรเทปเมื่อวานนี้เช่นเดียวกัน หลังจากที่ผ่านมาได้มีการนำเหล็กมาวางปิดทับไว้เพียงอย่างเดียว นายสุปัญญ์ กล่าว

Adblock test (Why?)


ที่เดิมยังไม่ซ่อม! ฝาท่อระบายน้ำพัง ทำครูดนตรีวัย 64 ปี ตกท่อจมน้ำเน่า - Sanook
Read More

หิ้วโจรฆ่าปาดคอชิงทองแม่ค้าทำแผน อ้างนำเงินไปเล่นพนัน พบประวัติโชกโชน - ไทยรัฐ

29 มิ.ย. 2564 19:22 น.

ผบช.ภ.5 สอบเค้นคนร้ายฆ่าปาดคอแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ชิงทอง 3 สลึง พบประวัติโชกโชนก่อคดีพยายามฆ่า ชิงทรัพย์หลายครั้ง จำคุกแล้วยังไม่เข็ดหลาบ ก่อนมอบ สภ.แม่อาย นำตัวทำแผน 3 จุด ส่วนจุดก่อเหตุที่บ้านขอยกเลิก หวั่นผู้ต้องหาจะถูกรุมประชาทัณฑ์

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 29 มิ.ย.64 ที่ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พร้อม พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้แถลงการจับกุมตัวนายชิงชิง แซ่จาง อายุ 35 ปี เช่าอยู่บ้านเลขที่ 517 หมู่ 6 ต.สันต้นหมื้อ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่ก่อคดีฆ่าปาดคอชิงทองนางวันเพ็ญ กวางต๊ะ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 8 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวพร้อมแทง 11 แผลจนเสียชีวิตโดยได้สร้อยทองคำหนัก 3 สลึงมูลค่า 20,000 บาท เมื่อตอนเย็นวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยทางตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ ติดตามจับกุมได้ที่ร้านล้างรถที่นายชิงชิงทำงานอยู่ในตัวอำเภอฝาง

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ นายชิงชิง รับสารภาพว่า ต้องการเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวค่าเทอมลูก และติดหนี้นอกระบบ และหนี้การพนัน จึงต้องหาเงินก่อนไปพบนายวันเพ็ญ ยืนขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในร้านและเห็นใส่สร้อยทองอยู่ และได้สังเกตเห็นมีดทำครัววางอยู่ เมื่อเห็นว่าปลอดคนแล้วจึงคว้ามีดไปจ่อที่คอให้เอาสร้อยทองออกมา แต่นางวันเพ็ญขัดขืน และต่อสู้จึงใช้มีดปาดคอและแทงไม่ยั้งก่อนกระชากทองหลบหนีไป และนำไปขายที่ห้างทองที่ จ.เชียงราย ได้เงินจำนวน 18,000 บาท นำไปเล่นการพนันและใช้จ่ายจนหมด ก่อนถูกจับกุม

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เผยว่า นายชิงชิง เคยก่อคดีชิงทรัพย์และพยายามฆ่ามาหลายครั้งแล้ว ถูกจำคุกและออกมาก่อเหตุ ซึ่งจะนำไปตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมให้ทางตำรวจคุมเข้มในหลายพื้นที่จากที่เกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ผู้คนตกงานเดือดร้อนกัน และจะก่อเหตุขึ้นในช่วงนี้

ต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.เอกธนัช นิ่มเพ็ง สว.สส.สภ.แม่อาย พ.ต.ท.นพดล ตันมาดี สวป.สภ.แม่อาย พร้อมตร.ชุดสืบสวน และสายตรวจ นำผู้ต้องหาเดนคุกใจเหี้ยมนายชิงยิง แซ่จาง อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 26 ม.6 ต.แม่สะลองนอก จ.เชียงราย ที่ก่อเหตุปาดคอชิงทองแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวหลังกลับจากแถลงข่าวที่เชียงใหม่ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดที่ 1 คาร์แคร์ในตลาดทรัพย์สว่าง ม.4 ต.เวียง อ.ฝาง ที่ผู้ต้องหาเคยทำงานอยู่ จุดที่ 2 สะพานบ้านสันต้นหมื้อ ต.สันต้นหมื้อ อ.แม่อาย นำมีดไปทิ้ง จุดที่ 3 หน้าสถานปฏิบัติธรรมบ้านท่ามะแกง อ.แม่อาย เป็นจุดที่นำเสื้อผ้าไปเผาทิ้ง สังเกตว่า จนท.นำผู้ต้องหาไปทำแผนเพียง 3 จุด เนื่องจากจุดร้านก๋วยเตี๋ยวที่เกิดเหตุยังมีญาติผู้ตายและชาวบ้านร่วมงานศพอยู่ เกรงจะถูกรุมประชาทัณฑ์ ผู้ต้องหาจะไม่ปลอดภัย.

อ่านเพิ่มเติม...

Adblock test (Why?)


หิ้วโจรฆ่าปาดคอชิงทองแม่ค้าทำแผน อ้างนำเงินไปเล่นพนัน พบประวัติโชกโชน - ไทยรัฐ
Read More

คุมทำแผนฯ ลูกฆ่าพ่อฝังดิน อ้างแค้นสะสม - ช่อง 7

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจคุมตัวชายอายุ 41 ปีทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุฆ่าพ่อแท้ ๆ ฝังดินอำพราง ก่อนขโมยบัตรคนจนไปจำนำร้านค้า นำเงินใช้ในการหลบหนี อ้างเกิดจากความแค้นสะสม

ตำรวจคุมตัวชายอายุ 41 ปีไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลแดงใหญ่ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ เขาชี้จุดขณะใช้มีดพร้ากระหน่ำฟันชายอายุ 72 ปี ซึ่งเป็นพ่อของตัวเอง ที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงภายในห้องนอน เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทั่งผู้เป็นพ่อนอนแน่นิ่ง จึงคิดว่าเสียชีวิตแล้ว

จากนั้นเขานำมีดไปล้างในห้องน้ำ แต่สักพักก็ได้ยินเสียงพ่อร้องครวญคราง จึงคว้ามีดเล่มเดิมไปฟันซ้ำอีกหลายครั้งจนเสียชีวิต ก่อนจะนำมีดไปล้างเพื่อทำลายหลักฐาน แล้วใช้ผ้าปูที่นอนเช็ดรอยเลือดตามพื้น ใช้มุ้งพันแผลที่ศีรษะไม่ให้เลือดหยด ก่อนจะลากศพไปฝังด้านหลังบ้าน โดยใช้ทางมะพร้าวปิดทับบนหลุมศพเพื่ออำพรางไม่ให้ใครสังเกตเห็น

กระทั่งช่วงเช้ามืด เขาเก็บเสื้อผ้าหลบหนีไป โดยขโมยบัตรคนจนของพ่อไปด้วย แล้วนำไปจำนำพร้อมบัตรของตัวเองที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในอำเภอพุทไธสง ได้เงินมา 4,000 บาท เพื่อใช้เป็นค่าหลบหนีไปกรุงเทพมหานคร

จากการสอบถาม ผู้ต้องหาบอกว่าสาเหตุที่ทำไป เพราะความแค้นสะสมที่ถูกพ่อต่อว่า และขัดขวางไม่ให้ทำในสิ่งที่อยากทำหลายครั้ง ทั้งการที่เขาอยากเป็น สส. แต่พ่อไม่สนับสนุน เหมือนไม่อยากเขาให้ได้ดีกว่า จึงคิดว่าหากฆ่าพ่อแล้วคงไม่มีใครขัดขวาง แต่ก็รู้สึกผิดและอยากขอโทษพ่อด้วย

ด้านผู้กำกับการ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหา อ้างว่าเกิดจากความเก็บกดและแค้นสะสมที่พ่อไม่ให้กระทำบางอย่าง จึงเข้าใจว่าพ่อไม่สนับสนุน โดยที่ผ่านมาก็เคยใช้ไม้ทำร้ายพ่อจนต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว และยอมรับว่านำบัตรคนจนของพ่อไปจำนำจริง เพื่อหาค่าใช้จ่ายใช้ในการหลบหนี แต่ไม่ได้เป็นชนวนเหตุที่ทำให้ลงมือ

ส่วนกรณีที่ญาติให้ข้อมูลว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิต ต้องให้แพทย์ตรวจยืนยันให้ชัดเจนอีกครั้ง แต่จากการสอบสวนผู้ต้องหาก็พูดคุยรู้เรื่องและมีสติครบถ้วน รวมทั้งพฤติกรรมที่มีการอำพรางศพก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นแจ้งข้อหาฆ่าบุพการี, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และเตรียมนำตัวขออำนาจศาลฝากขังในวันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย.)

Adblock test (Why?)


คุมทำแผนฯ ลูกฆ่าพ่อฝังดิน อ้างแค้นสะสม - ช่อง 7
Read More

อย่าหาทำ! เตือนประชาชนจงใจติดโควิดหวังเงินประกัน ผิดกฎหมายแถมชวดเงิน อ่านต่อ - Sanook

จากกรณีข่าวลือในกระแสโซเชียล ที่ได้เผยแพร่ว่า ตอนนี้บางชุมชนที่โควิดระบาดหนัก เพราะมีคนตั้งใจเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงเพื่อติดโควิด-19 ทั้งนำหน้ากากคนติดโควิดมาใส่ ดื่มน้ำแก้วเดียวกับคนที่เป็นโควิดเพื่อหวังเอาเงินประกัน ขณะที่อีกมุมมองว่าเป็น

รายการโหนกระแสวันที่ 29 มิ.ย. 64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์  อดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกฎหมายและคดีสำนักงานศบก. , ฐวิกาญจน์ เดชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทวิริยะ ประกันภัยจำกัด (มหาชน) รวมทั้ง ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร

ในกรณีการที่บางคนไปสมัครหรือซื้อประกันโควิด เจอ จ่าย จบ แล้วเอาตัวเองไปเป็นโควิด มันมีมั้ย?
อดิศร : ต้องเรียนก่อนว่าเป็นกระแสและข่าวที่เกิดขึ้น สิ่งที่สำนักงานยังไม่ได้รับการร้องเรียน แต่ถามว่าการที่เราออกมาให้ข่าวบ้าง เจตนารมณ์หลักๆ ไม่ได้จะเกิดผลกระทบหลักกับธุรกิจประกันภัยนะ เรามองภาพรวมภาพใหญ่ ทั้งอันตรายที่จะเกิดกับครอบครัวเขา ตัวเขา สาธารณสุข รวมถึงทำให้คนสุจริตพยายามบริหารความเสี่ยงตัวเองได้รับผลกระทบด้วย เพราะวิธีคิดต้องเรียนว่า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการออกแบบประกันโควิด ท่านเลขาฯ ได้ให้แนวคิดว่าเราควรมีประกันถูกๆ ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ทำง่ายๆ จ่ายกันง่ายๆ เพื่อดูแลประชาชน เอกชนก็เห็นด้วย ซึ่งขับเคลื่อนกันได้ตามปกติ ก็ต้องเรียนว่าก่อนหน้านี้ระลอกแรกเคยมีข่าวตร.ท่องเที่ยวจับ ทลายแหล่งออกใบรับรองติดโควิดปลอม ปริ้นซ์ออกมาแล้ว มีรายชื่อ แต่ถูกจับได้ก่อน ยังไม่มีการส่งบริษัทประกัน กระแสเมื่อวานที่โพสต์กันเรื่องการพยายามติดโควิด อยากเรียนว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวอยู่และอาจทำให้เยาวชน วัยรุ่น ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจสับสน เพราะมีติ๊กต๊อกบ้าง อะไรบ้างที่ออกมาโพสต์ว่าเข้ารพ. ออกมาแล้วและได้เงินใช้เรียบร้อยดีเท่านั้น เท่านี้บาท ผมมองว่าการสื่อสารแบบนี้ไม่ใช่วิธีคิดที่ถูกต้อง  เพราะเราทำเพื่อป้องกันความเสี่ยง แล้วมันไม่ใช่เรื่องสนุกที่ใครสักคนจะมาเจ็บป่วย แล้วมันทำลายระบบที่ดี

กำลังจะบอกว่ามีเจ้ากรมข่าวลือเกิดขึ้น?
อดิศร : ในคดีอาญาทั้งหลาย ไม่ว่าใครก็ตามก็คงต้องรวบรวมหลักฐานก่อน ก่อนกล่าวหากัน ณ ตอนนี้ต้องบอกว่ามันเป็นข่าวในเรื่องการใส่หน้ากากทั้งหลายยังเป็นข่าวอยู่ แต่ถามว่ามีแนวคิดมั้ย มีการสื่อสารที่ผิดมั้ย ทำไมรัฐต้องออกมาเตือน ผมเรียนว่าไม่ใช่เรื่องเงินที่เป็นทุนประกันอย่างเดียว เงินที่คนๆ นึงจะได้อาจ 2-3-5 หมื่น แม็กซิมัมอาจจะแสนนึง เขาอาจเคยเห็นตัวผู้คนที่ติดโรคในระลอกแรก ซึ่งเชื้อโรคไม่ร้ายแรง ออกมาแล้วโอเค แต่วันนี้เชื้อโรคมีความร้ายแรงขึ้น เราก็กังวลเพราะสภาพเศรษฐกิจ หลายคนก็เดือดร้อน ถ้าเลือกทางผิด ไม่ใช่เรื่องได้เข้ารพ.แล้วจะได้ออกมา ความร้ายแรงหนักหนากว่านั้น 

ถามคุณฐวิกาญจน์ยังมีประกันตัวนี้อยู่?
ฐวิกาญจน์ : ตัวเจอจ่ายจบ ปัจจุบันยังมีอยู่ค่ะ จริงๆ ของเรา เราเจอปุ๊บเราจ่ายปั๊บทันที แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นต้องพ้นระยะ 14 วัน เราจะมีชดเชยรายได้ให้อีก 1 ส่วน และมีตัวประกันอุบัติเหตุ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้อีก 1 ก้อน จริงๆ ของเราอาจไม่ได้จบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเมื่อไหร่ที่ลูกค้าเป็นโควิด เราจ่ายไปเรียบร้อย กรมประธรรม์ยังเดินต่อไป เพราะเรายังมีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้อีก 1 ก้อน 

เขาจ่ายคุณเท่าไหร่?
ฐวิกาญจน์ : 299 เจอจ่ายโควิด 3 หมื่น และมีชดเชยรายได้ให้อีกวันละ 300 สูงสุด 14 วัน และมีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุให้อีก 1 แสนบาท แถมให้อีก  

ถ้ามากกว่า 299?
ฐวิกาญจน์ : 399 เจอจ่ายได้ 5 หมื่น และ 599 เจอจ่าย 1 แสนบาท 

เคยเจอมั้ยคนที่เขาทำกับคุณแล้วต้องจ่าย?
ฐวิกาญจน์ : เป็นโควิดแล้วมาเบิกเงินเยอะค่ะ หลักหลายพันคนที่มา ได้แสนนึงเป็นหลักพันกรมธรรม์ที่มาเบิกกับเรา 

เฉพาะวิริยะ คนไปทำประกันโควิด กี่กรมธรรม์แล้ว?
ฐวิกาญจน์ : หลักล้านกว่ากรมธรรน์ 

ล่าสุดมีประเด็นแบบนี้เกิดขึ้น คุณโดนมั้ย?
ฐวิกาญจน์ : เรายังไม่ได้เจอเคสแบบนี้ รอพิสูจน์อยู่ แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีเคสดังกล่าว

พิสูจน์กันได้?
ฐวิกาญจน์ : เราก็คงต้องพยายามหาทางพิสูจน์ให้มันได้

ได้แสนนึงไม่ต้องรอรักษา เป็นช่องว่างมั้ย?
ฐวิกาญจน์ : จริงๆ ด้วยกรมธรรม์มีระยะเวลาในการรอคอย 14 วันแรก ถ้าลูกค้าซื้อวันนี้ ไม่ได้คุ้มครองทันทีตัวเจอจ่าย ต้องพ้นระยะรอคอยไปก่อน 14 วัน นั่นหมายถึงวันที่ 15 เป็นต้นไปเราถึงจะจ่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าลูกค้าเข้าข่ายอย่างมีกระแสสังคมอยู่ปัจจุบัน เราก็มีอีกซอสนึงที่ตรวจสอบได้คือส่งเคลมดาต้าไป คปภ. ถ้าเห็นวาลูกค้าคนนี้เคลมหลายบริษัทประกัน ทางคปภ.จะมีการแจ้งกลับมาหาเราเหมือนกัน เราอาจไปตรวจสอบได้ ณ ตอนนั้น

หนึ่งคนอาจทำกรมธรรม์หลายๆ ที่ ถ้าจะเจ้าเล่ห์หน่อยก็ทำหลายบริษัท ถึงเวลาก็ได้เงินหลายแสน เอาชีวิตตัวเองไปเสียง คิดว่ามันมีมั้ย?
ฐวิกาญจน์ : ตอนเห็นข่าวแรกๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว เราเองไม่ได้เชื่อมาก แต่มารอบนี้ รู้สึกว่าค่อนข้างน่ากลัว เข้าไปดูในติ๊กต๊อก มีทั้งขายยาดมให้ติดโควิด เราก็ชักจะกลัวแล้ว เอาตรง ๆ ในมุมวิริยะเราก็ค่อนข้างกลัว เพราะเราไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้คนอยากติด ตอนนี้สาธารณสุขเองก็ค่อนข้างน่าจะกังวล รพ.อาจมีรับรอง แต่หมอเริ่มไม่มีแล้ว  เรากังวลในส่วนนั้นมากกว่า

ทนาย : เพื่อนผมซื้อเต็มเลย ซื้อที 7 ที่ ปีที่แล้วราคาถูกกว่าปีนี้ เขาก็ซื้อไว้ 7-10 ที่หวังว่าได้สักล้านนึงเจอตรวจโควิด

ฐวิกาญจน์ :  อันนั้นเป็นการโปรเทค จริงๆ กลุ่มคนแบบนี้เยอะ  เขามีการซื้อโปรเทค แต่ด้วยกระแสสังคมตอนนี้มันอาจจะกลับด้าน

ทำไมบริษัทประกันต้องทำโครงการนี้ขึ้นมา?
ฐวิกาญจน์ : ช่วงแรกที่มีการระบาด สาธารณสุขก็เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดเรื่องค่ารักษาพยาบาล เพราะท้ายที่สุดถ้าลูกค้าไม่มีประกัน ยังไงรัฐบาลก็เป็นคนจ่ายง่ายๆ เราก็มองว่าอยากออกผลิตภัณฑ์เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายๆ  ขายเยอะมั้ยไม่ได้มอง เรามองเรื่องการเยียวยา ตอนนั้นไม่ได้มองว่าต้องเป็นล้านกรมธรรม์ เรามองเรื่องการเยียวยาคนที่เป็น เพราะเมื่อไหร่ที่เขาเป็น เขารักษาตัวยาวมาก 14 วัน ระหว่างนั้นไม่ได้ทำงาน เหมือนเอาเงิน 500 กว่าบาทไปแลกเงินแสน แต่อย่างที่บอกเรามองการเยียวยาคนป่วย เยียวยาลูกค้าที่ซื้อประกันของเรา

สมมติคนติดวันนึง 2 พัน 1 พันที่ทำประกัน แล้วได้แสนนึง คูณไปอีก 1 แสน เท่ากับคุณต้องจ่ายวันนึงร้อยล้าน อันนี้เป็นสาเหตุหรือเปล่าเขาลือกันเยอะว่ามันเป็นแผนของทางประกันเพื่อล้มโครงการนี้ เร็วๆ นี้จะล้มโครงการนี้ทิ้งแล้ว?
ฐวิกาญจน์ : จริงๆ ถามว่าล้มมั้ย วิริยะไม่ได้คิดว่าจะล้มโครงการนี้ซะเลยทีเดียว  จริงๆ เราจะมีการปรับเปลี่ยนแผน เราจะมีแผนใหม่ออกมาวันที่ 16 ก.ค. เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่า

เจอไม่จ่าย ไม่จบ หรืออะไร?
ฐวิกาญจน์ : (หัวเราะ) อาจมีเจอจ่ายบ้าง แต่แค่เล็กน้อย ไม่ได้เยอะขนาดนี้ เพราะเรามองว่าโปรดักตัวนี้ก็ยังเหมาะสมกับตัวลูกค้าที่เป็นโควิดอยู่ จริงๆเราไม่ได้มองเรื่องตัวเคลมที่เกิดขึ้น ตอนเราทำผลิตภัณฑ์ออกมา เรามองหลักของวิริยะเหมือนกันว่าเสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย เสี่ยงกลาง เงินเราจะพอเพียงในการจ่ายเคลมหรือเปล่า แต่ที่เราปรับเปลี่ยนแผน เพราะเรามองกระแสสังคมเป็นที่ตั้ง จากข่าวที่ได้รับมา

มีผลกระทบมั้ยกับข่าวที่ออกมา?
ฐวิกาญจน์ : ณ ปัจจุบัน ยังตรวจสอบไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามีจริงหรือเปล่า แต่ดูในติ๊กต๊อกเริ่มมีหลายๆ คนพูด เริ่มมีคนติดและไปชวนเพื่อให้มาติด เรามีความกังวล

พูดกันขนาดนั้นเลยเหรอ?
อดิศร : สิ่งที่เห็นหลายอันคือการสื่อสารทำนองว่าเขาไปนอนสักพัก ไม่กี่วันสบายๆ ได้เงินฟรีๆ กลับบ้าน กลายเป็นว่าสิ่งที่เราต้องการ จะใช้ระบบประกันภัยมาเป็นรากฐานของสังคมให้คนได้ใช้ประโยชน์ ถ้าใช้ในทางที่ผิด สื่อสารในทางที่ผิด นอกจากกระทบกับคนสุจริต อาจเข้าถึงประกันได้ยากขึ้น เมื่อเช้าท่านเลขาฯ มีการเชิญประกัน สมาคมประชุมออนไลน์

เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน?
อดิศร : ต้องบอกว่า เราปกป้องประกัน ดูแลสมดุลให้ธุรกิจมีความสมดุล พร้อมจ่ายเคลมตลอดเวลา ท่านกำชับว่าการจ่ายเคลมต้องรวดเร็วอยู่ เว้นแต่กรณีมีประเด็นน่าสงสัยไม่สุจริตจริงๆ ฉะนั้นเป็นการตอบรับของเอกชนด้วย สาธารณชนที่มีความสุจริตสบายใจได้ อ่างเพื่อนพี่ทนายซื้อหลายฉบับ บางคนซื้อหลายฉบับ แต่โดยสภาพดูแล้วไม่แปลก ค่อยๆ ซื้อ สมดุลกับวิถีชีวิตของเขา ขณะที่บางคนเพิ่งมีข่าวสองสามวันเริ่มซื้อหลายฉบับ มันก็เกิดข้อสังเกต แล้วการใช้ชีวิตปกติเป็นยังไง รายได้ปกติเป็นยังไง  ถ้ามีข้อสังเกตแบบนั้นเราถึงมาสอบสวนว่ามีความผิดปกติมั้ย แต่เรายืนยันว่าในเคสคนสุจริตทั้งหลายไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน ยืนยันครับ

เรื่องนี้พี่เคลื่อนไหวมาก มีคนทำจริงแล้วเหรอ?
ทนาย : มีบางคนซื้อไม่เยอะ อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแล้วไม่สนใจทั้งสิ้น เพราะเขาเคลมได้จากบริษัทประกันหลายๆ เจ้าที่เขาเคลมไว้ได้ ได้เงินไปตั้งเยอะ เขามองว่าเขาคุ้ม แต่ในแง่มุมทางกฎหมาย มีบางกรณีที่ผู้รับประกัน ทางบริษัทประกันไม่ต้องรับผิดชอบเลย คือลูกค้ารู้ว่าพื้นที่ตรงนี้มีความเสี่ยง ยังวิ่งไปให้ตัวเองติดโควิด ถ้ากรณีแบบนี้ บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายเงินได้ ต่อให้ทำมา 5-10 บริษัท  ถ้าตรวจพบว่าคุณตั้งใจให้ติดโควิด อย่างแรกเลยคุณไม่ได้เงิน สองคุณจะถูกดำเนินคดีอาญาย้อนหลังไปอีก ซึ่งเป็นคดีที่มีความผิดเรื่องฉ้อโกงฉ้อฉล มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 3 แสน ในอดีตมีคนโดนดำเนินคดีแบบนี้ แต่ในเรื่องเชื้อโรคยังไม่มีชัดเท่านั้นเอง

กรณีประกันโควิด แล้วพอไปทำหลายอัน มีคนทำแล้วจริงๆ เหรอ?
ทนาย : คนมีกำลังจ่ายเขาไม่เอาตัวเองไปเสี่ยง แต่คนเอาตัวเองไปเสี่ยงอาจอยู่อีกกลุ่มนึง ซึ่งไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว ผมว่าเงินแสนนึงสำหรับเขามันก็เยอะ เพราะจ่าย 500 แล้ววิ่งไปติดโควิดเลย หรืออยู่พื้นที่เสี่ยงอยู่แล้ว

บริษัทประกันจะเปลี่ยนนโยบาย เจอจ่ายจบไม่เอาแล้ว?
ฐวิกาญจน์ : คือจะยังมีจ่าย แต่มีจ่ายน้อยลง แล้วไปเน้นเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้มากขึ้น เรามองว่าเราอาจไปช่วยภาครัฐ เพราะรัฐบาลประกาศอยู่แล้วว่าถ้าใครมีประกันสุขภาพก็ให้ใช้ประกันสุขภาพก่อน เราก็มองว่าเราไปตอบโจทย์รัฐบาลด้วยในการเพิ่มค่ารักษาพยาบาลให้เยอะขึ้น เพราะแผนเราปัจจุบันค่ารักษาพยาบาลเรายังไม่เยอะมาก ไปเพิ่มความคุ้มครองรักษาพยาบาลให้ได้สัก 8 หมื่นหรือ 1 แสน เพื่อให้โคฟเวอร์กับที่ลูกค้าได้เข้ารพ.

มีอาชีพที่ไม่รับทำมั้ย?
ฐวิกาญจน์ : มีบุคลากรทางการแพทย์ ต้องบอกว่าเราไม่ได้ไม่รับ เรามีแผนสำหรับเขาโดยเฉพาะเป็นเบี้ยพิเศษสำหรับคนกลุ่มนี้  เขาทำได้แต่เบี้ยเป็นอีกเบี้ยหนึ่ง อาจปรับขึ้นนิดหน่อย ตอนเราขายไปก็หลักพัน เพราะด้วยความที่บุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยงกว่าคนปกติ

มีน้องคนนึงบอกว่าเขาเป็นบุคลากรทางการแพทย์ เขาไปทำแต่ไม่ได้?
ฐวิกาญจน์ : มันบางที่ บางที่ก็รับ บางที่ก็ไม่รับค่ะ

ทนาย : เดี๋ยวจบรายการจะแห่มาสมัครมาก ต้องบอกอย่างนึงว่าบริษัทประกันเขาต้องประเมินความเสี่ยง ถ้าคนจำนวนมากมาซื้อ เขาอาจจะปิดหรือปรับขึ้นไปก็ได้ ส่วนหนึ่งเราตรวจโควิดได้วันละเท่าไหร่แค่นั้นเองที่จะเอามาใช้เบิก

ตอนนี้ประเด็นไปไกลมาก คนไทยเองลำบาก บางคนอยากเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อให้ได้เงินมา เราแก้ไขยังไงดี?
อดิศร : เป็นเรื่องดีที่หลายภาคส่วนเข้ามาสนใจและประชาสัมพันธ์ เราเชื่อว่าถ้าทุกคนเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร จะไม่มีคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปดำเนินการตามนั้น ถ้าสมมติเจตนาเข้าไปติดโควิด กฎหมายเก่าประมวลแพ่งบอกว่ากระทำการทุจริตเพื่อให้ได้เงินประกัน ประกันไม่คุ้มครอง ผู้รับประกันไม่ต้องจ่าย ประเด็นถัดมาเข้าข่ายฉ้อฉลประกันภัย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ผมเรียนว่านี่คือความเลวร้ายของมันคุณเอาชีวิตไปเสี่ยง และโอกาสที่จะไม่ได้เงินก็มี โอกาสโดนคดีอาญาก็มี และอยากเรียนว่ากฎหมายฉ้อฉลประกันภัย ไม่ได้มีขึ้นเพื่อจับผิด วิธีคิดที่เราสร้างขึ้นมาตามหลักสากลคือเบี้ยประกันทุกบาทที่โอนเข้าบริษัท มันควรถูกใช้สำหรับคนสุจริต ไม่ควรมีคนแปลกๆ เข้ามาเพื่อเอาเงินนั้นออกไป เป็นต้นทุนให้เราทุกคน จ่ายเบี้ยประกันที่แพงกว่าจริง ต้นทุนสุขภาพที่คนเข้าไม่ถึงเพราะมีคนทำวิธีการต่างๆ เป็นการฉ้อโกง  รัฐต้องเข้ามาดูแลด้วยเหตุผลตรงนี้ เพื่อให้ทุกคนจ่ายเบี้ยที่เหมาะสม ให้ทุกคนเข้าถึงประกันภัย

มีคนร้องมาว่าเขาเองเป็นโควิด ทำเรื่องไปขออนุมัติการเบิกจ่ายกับทางวิริยะ วิริยะให้สำรองจ่ายไปก่อน เขาก็สำรองจ่ายไป ปรากฏว่าคนอนุมัติลาออกไปแล้ว?
ฐวิกาญจน์ : อันนี้เดี๋ยวขอตรวจสอบเพิ่มนะคะ โจทย์แรกที่บอกว่าสำรองจ่าย ด้วยแผนเราเป็นแผนเจอจ่าย ลูกค้าต้องจ่ายไปก่อน ต้องจ่ายเองอยู่แล้ว เมื่อไหร่ลูกค้าส่งผลแล็บมา เราก็จ่ายทันที แต่อันนี้ขอไปหาข้อมูลก่อน เพราะพนักงานเราลาออกจริง แต่ไม่เกี่ยวกับการจ่ายสินไหม ใดๆ ทั้งสิ้น กระบวนการจ่ายสินไหมต้องเดินไปปกติ เคสนี้ขอตรวจก่อน

เขาบอกติดอยู่และรักษา แต่ยังไม่ได้ตังค์?
ฐวิกาญจน์ : ถ้ามีผลแล็บให้เรา เราก็ทำจ่ายได้เลย ระยะการจ่ายเราตามคปก.ก็ 15 วัน เราจะทำเงินจ่ายให้ อันนี้ไม่เกี่ยวกับการรักษาเลย

จะเลิกทำเมื่อไหร่?
ฐวิกาญจน์ : 30 มิ.ย. เราจะมีแผนปรับเปลี่ยนใหม่ออกมา

อดิศร : ไม่ใช่ทุกบริษัทนะครับ แล้วแต่ที่

เพราะบริษัทโดนเยอะหรือเปล่า?
ฐวิกาญจน์ : ไม่เกี่ยวกับสินไหม เจตนาของเรา เรามองผลประโยชน์ภาพรวมเป็นหลักมากกว่า เดี๋ยว 16 ก.ค. เราจะมีแผนใหม่ออกมา

แล้วล้านกรมธรรม์ที่เขาทำมา?
ฐวิกาญจน์ : ไม่เกี่ยวค่ะ ที่ทำมาแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องสินไหมเลย ยังไงเราก็รับผิดชอบ ครอบคลุมปีต่อปีค่ะ ซึ่งอยู่ที่สถานการณ์ ณ ตอนนั้นมากกว่าค่ะ จริงๆ ก่อนหน้านี้ปีที่แล้ว ตัวเจอจ่ายเราก็ปิดไปช่วงนึงด้วยกระแสสังคมเหมือนกัน แต่พอผ่านมา 2-3 เดือน เราก็เปิดมาขายใหม่ เราปิดเพราะกระแสสังคมมากกว่า 

เป็นแล้วเป็นอีก จ่าย 2 ครั้งมั้ย?
ฐวิกาญจน์ : กรมธรรม์เราได้ครั้งเดียวต่อปี แต่แผนวิริยะเรา ถ้าเจอจ่าย เรายังได้รับกรณีเสียชวิตอีกก้อนนึงอยู่แล้ว

มีทางแก้ยังไงถ้าคนทำแบบนั้นจริงๆ?
ทนาย : ก็มีคนทำจริง แต่พอวันนี้เขาไม่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแล้ว เขาจะไปลอบทำ เคลมเงียบๆ เพราะมีคนไปผลิตสื่อคอนเทนต์ให้คนหลงเชื่อแล้วทำตาม ต้องบอกอย่างนึงไม่รู้ว่าป่วยแล้วจะเสียชีวิตหรือเปล่า เป็นการล้อเล่นกับตัวเองและคนรอบข้างด้วย ถ้าบริษัทประกันตรวจเจอ เงินที่เขาจ่ายไปก็เอาคืนได้นะ แล้วมีคดีอาญาตามหลัง ไม่โดนปีนี้ ปีหน้า ปีถัดไปก็โดนได้ เพราะทุกบริษัทเขามีสุ่มตรวจอยู่แล้ว ถ้าโดนก็ต้องตอบให้ได้นะ

เป็นไปได้มั้ยเมื่อก่อนคนไม่ได้ติดเยอะขนาดนี้ ประกันภัยต่างๆ นานาก็โหมทำเพราะคนติดน้อย แต่พอคนติดเยอะๆ ก็เลยไม่ไหว ยกเลิก เพราะต้องมานั่งจ่ายค่าสินไหมวันนึง 100 ล้าน?
อดิศร : ตอนเราทำกรมธรรม์นี้ ท่านเลขาฯ โยนไอเดียลงไป  เราต้องการช่วยสังคม เราไม่คิดเลยว่ายอดขายจะสูงขนาดนี้ แต่ก็ดีใจว่าประชาชนรู้ตระหนักบริหารความเสี่ยงของตัวเอง นั่นเป็นจุดที่ดี เรื่องนี้ประกันภัยตระหนักมาตลอด ต้องการให้ทุกคนเข้าถึงประกันภัย ไม่ใช่เรื่องที่เราบอกว่าเราจะหยุดขายประกัน แต่เป็นปกติที่บริษัทต้องบริหารความเสี่ยง ต้องดูว่าตัวเองรับมาขนาดไหน เงินกองทุนเป็นเท่าไหร่ รับแล้วต้องมีเงินจ่ายทันที เขาต้องมานั่งประมวลตัวเลขบ้าง และปรับปรุงแบบบ้าง ถ้าอันตรายหรือไม่ถูกกับสภาพการณ์ อาจมีการปรับบ้าง แต่ยืนยันว่าตอนนี้สถานการณ์การเงินของบริษัทประกันยังมั่นคง และวิธีคิดที่บอกว่าประกันตั้งใจล้มเลิกโครงการนี้ไม่ใช่ เขายังอยากทำ แต่เราต้องมีการสะท้อนบางอย่างว่าของที่ดีต้องไม่กลับไปทำร้ายสังคม ไปทำร้ายระบบสาธารณสุข

ถ้ามองอีกมุม ถ้ามองว่าเรื่องนี้เป็นเฟกนิวส์ ไม่มีคนเสียหายมาร้อง ไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ  ทำไมไม่เปิดให้ประชาชนต่อไปที่เขาได้เอาเงินน้อยมาปกป้องดูแลตัวเอง จะได้มีเงินก้อนกลับมา?
ทนาย : หรือฉุกคิดว่ามีคนกำลังทำแบบนี้อยู่ เลยพยายามเบรก

อดิศร : ต้องเรียนก่อนว่าเมื่อมีข่าวว่าอาจจะเกิดอะไรที่ไม่ดี เราควรตักเตือนให้เขาตระหนักรู้ ถามว่าเราจะเห็นตัวเลขตัวนี้ตอนไหน ก็สักพักนึง เพราะบริษัทมีการส่งตัวเลขอยู่แล้วว่ามีการซื้อประกันโควิด จริงๆ เราสามารถตรวจในฐานข้อมูลได้ว่า นายก. นายข. ซื้อประกันมากน้อยยังไง และจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาใกล้ๆ

Adblock test (Why?)


อย่าหาทำ! เตือนประชาชนจงใจติดโควิดหวังเงินประกัน ผิดกฎหมายแถมชวดเงิน อ่านต่อ - Sanook
Read More

พระครู เชิญวิญญาณ เมียฝรั่ง เผยต้องทำพิธี 3รอบ ตร.เจอเรื่องแปลก - ข่าวสด - ข่าวสด

พระครู ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ เมียฝรั่ง ถูกฆ่าทิ้งไร่ข้าวโพด เผยสิ่งผิดปกติ ต้องทำพิธีถึง 3 รอบ ด้าน พนักงานสอบสวน เล่าเรื่องแปลก ก่อนวันผู้ต้อ...